การใช้ความรุนแรงของเด็กญี่ปุ่น
posted on 11 Jan 2007 22:31 by satyros in Review
มาแล้วค่ะ เพื่อความต่อเนื่องและไม่ให้เสียรสชาติ ขอเริ่มเลยแล้วกันนะคะ
ต่อมา มีข่าวว่าเด็นักเรียนมัธยมต้น10กว่าคน รุมทำร้ายคนจรจัด3คน และ2ใน3คนนั้นถึงกับเสียชีวิต
คนจรจัดของญี่ปุ่นจะต่างกับคนจรจัดในบ้านเราค่ะ ถ้าพูดถึงคนจรจัดในบ้านเราแล้วภาพพจน์จะออกไปแนวน่ากลัว ไม่น่าเข้าใกล้ จริงไหมคะ
แต่ของญี่ปุ่นนั้นกลับกันค่ะ คนจรจัดของญี่ปุ่นจะไม่สู้คน อ่อนแอ และบางคนก็ไม่ใช่ว่ายากจนข้นแค้นอะไร ยังพอมีเงินติดตัวด้วยซ้ำไป
เพราะฉะนั้นจึงเป็นเหยื่อชั้นดีของพวกเด็กวัยรุ่นไงล่ะคะ เพราะถึงจะชกตียังไง คนจรจัดก็ไม่มีทางสู้
เพราะอะไร วัยรุ่นจึงรุมทำร้ายคนจรจัด?
นั่นเพราะ.. เก็บกด อยากระบาย แต่ไม่รู้จะไปลงกับใครยังไงล่ะคะ ถึงแม้ว่าจะมีพวกที่กล้าลงมือทำร้ายพ่อแม่ กล้าทำร้ายอาจารย์ แต่ก็มีบางประเภทที่ไม่กล้าลงมือกับพ่อแม่หรืออาจารย์เพราะกลัวปัญหาที่จะตามมาภายหลัง จึงต้องหาทางระบายอารมณ์กับคนจรจัดนั่นเอง น่าสงสารคนจรจัดที่อยู่เฉยๆ ก็กลับโดนเด็กเปรตพวกนี้ทำร้ายจริงๆ บางรายโดนเด็กจับราดน้ำมันแล้วจุดไฟเผาก็มี ไม่รู้เด็กพวกนี้ใจมันทำด้วยอะไร..
ในปี1989 เกิดคดีเด็กสาวชั้นม.ปลายถูกฆ่าฝังคอนกรีตถ่วงน้ำขึ้น
โดยที่ผู้ก่อคดีเป็นเด็กชายอายุ17ปี 4คน ลักพาเหยื่อสาวเคราะห์ร้ายมาขังไว้ที่บ้านตัวเอง 40วัน โดยที่พ่อแม่ก็อยู่บ้านนั่นแหละ แต่ไม่รู้เลยว่าลูกชายจับเด็กสาวมาขังไว้ในบ้าน!!
ไม่ใช่ว่าบ้านกว้างซะจนไม่รู้นะคะ แต่เพราะผลที่มาจาก"การใช้ความรุนแรงในครอบครัว"นั่นแหละ ทำให้พ่อแม่กลัวลูก ไม่อยากเข้าไปยุ่งกับลูก ลูกทำอะไรไว้บ้างก็ไม่รู้เลย ไม่รู้ว่าเด็กสาวคนนั้นโดนทรมานยังไงบ้าง แต่สุดท้ายเธอก็เสียชีวิตลง พวกเด็กๆยัดศพของเธอลงในถังใบใหญ่ เทคอนกรีตทับลงไปเพื่อปิดบังศพ และจับถ่วงน้ำทะเลเพื่อทำลายหลักฐาน แต่ไม่นานก็ถูกจับได้ เพื่อนๆของเด็กชายพวกนี้ให้สัมภาษณ์ว่า 2ใน4คนนั้นเป็นพี่น้องกัน และพวกเขาก็เป็นคนดีด้วย ผลการเรียนก็ดี มนุษยสัมพันธ์ก็ดี การที่2พี่น้องจะมาทำเรื่องแบบนี้ไม่น่าเป็นไปได้ (แต่มันก็เป็นไปแล้ว...)
ลองพูดเล่นๆกับอาจารย์ว่า เหมือนวิธีการของยากูซ่าเลยนะคะ อาจารย์ก็ตอบกลับมาว่า แม้แต่ยากูซ่ายังไม่ทำเลย .....เอ่อ... หรือว่าวิธีการฆ่าแบบนี้เด็กพวกนี้มันเป็นคนต้นคิด เลยทำให้มีวิธีการฆ่าแบบนี้โผล่มาในหนังหรือการ์ตูนหว่า......
การที่เด็กๆก่อคดีนับว่าเป็นปัญหาอย่างมากค่ะ และปัญหามันก็อยู่ตรงที่ว่า กฏหมายของญี่ปุ่นไม่เอาผิดเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเสียด้วย ดังนั้นผลสรุปของคดีนี้คือ เด็กๆทั้ง4 ก็กลับไปใช้ชีวิตตามปกติสุขค่ะ... ไม่ได้รับการลงโทษแต่อย่างใด....
แต่ปัจจุบันนี้ ญี่ปุ่นเองก็เริ่มเล็งเห็นแล้วว่า ควรมีบทลงโทษอย่างจริงจังเสียที เพราะถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป เด็กมันก็ฮึกเหิมลำพองใจ ก่อคดีได้อีกเรื่อยๆเพราะกฏหมายไม่เอาผิดน่ะสิ
นอกจากนี้ยังมีปัญหาเด็กสาวม.ปลายขายตัวอีกต่างหาก หลายๆคนคงจะเคยอ่านตามหนังสือการ์ตูน ที่จะมีลุงหื่นๆ ขอให้เด็กสาวไปกับตน แล้วจะจ่ายเงินให้อย่างงาม เด็กสาวพวกนี้ก็ทำเหมือนเป็นเรื่องปกติค่ะ ขนาดมีคนไปสัมภาษณ์ พวกเธอยังให้สำภาษณ์ด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจด้วยนะว่า "ก็เงินมันดีนี่" แต่ความจริงแล้วเด็กม.ปลายที่ขายตัวก็ไม่ได้มีเยอะเกลื่อนประเทศเค้าหรอกนะคะ ที่มีเยอะมากๆก็แค่ในโตเกียวเท่านั้น ในต่างจังหวัดแทบจะไม่มีหรอก
มาถึงปัญหาสำคัญของเอนทรี่นี้ หลายๆคนคงจะทราบดี ถ้าอ่านเรื่อง life กับ vitamin ของอ.ซึเอโนบุ เคโกะ (สนพ.บงกช) ล่ะก็ คงจะเข้าใจปัญหาที่เราจะพูดถึงได้เป็นอย่างดี ใช่แล้วค่ะปัญหานั้นคือ "การรังแกกันในโรงเรียน" นั่นเอง
เด็กที่ฆ่าตัวตายเพราะถูกรังแก มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กชั้นม.ต้น ที่มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงที่สุด รองมาเป็นเด็กประถมและม.ปลายตามลำดับ ถ้าเคยอ่านเรื่อง life หรือ vitamin ล่ะก็ การรังแกกันแบบในการ์ตูนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆค่ะ อย่างถูกกดหัวจุ่มลงในชักโครกเนี่ย...
รายแรกที่ฆ่าตัวตายเป็นเด็กชายชั้นม.2ค่ะ เขาเขียนจดหมายลาตายไว้ด้วย เป็นข้อความที่อ่านแล้วสงสารและรู้สึกหดหู่ใจจริงๆ จับใจความมาได้ว่า "ถึงพ่อแม่ และเพื่อนๆทุกคน ผมขอโทษที่ต้องลบตัวตนของผมไปแบบนี้ ที่จริงแล้วผมไม่อยากตายเลย แต่การมีชีวิตอยู่มันก็เหมือนกับตกนรกทั้งเป็นอยู่แล้ว ผมไม่ไหวแล้ว เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น ให้ไปถามAคุงกับBคุงดู ขอให้พวกเขาหยุดการกระทำแบบนี้เสียที จะได้ไม่ต้องมีใครเป็นแบบผม นี่เป็นคำขอร้องครั้งสุดท้ายของผม ไม่งั้นแล้วการตายของผมก็คงไม่มีความหมาย" กล่าวคือ เขาใช้ความตายของตัวเอง เตือนคนอื่นค่ะ
ทำไมต้องมีการรังแกกัน? คนญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับกลุ่มมากค่ะ ใครที่ผิดแผกแปลกแยกไปจากกลุ่ม เขาก็ไม่รับแล้ว ซ้ำยังตกเป็นเป้าให้รังแกอีกต่างหาก เอาเป็นว่าถ้าใครอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับการรังแก ให้ไปหาการ์ตูนของอ.ซึเอโนบุ เคโกะ มาอ่านได้นะคะ หรือจะอ่านที่เราแนะนำไว้ในเอนทรี่นี้ก็ได้ค่ะ
ว่าไป ในไทยก็มีนะ การรังแกกันเนี่ย เพียงแต่มันไม่รุนแรงเท่าของญี่ปุ่น อย่างน้อยก็ไม่มีคนฆ่าตัวตายเพราะถูกรังแกอย่างคนญี่ปุ่นล่ะเนอะ
จากปัญหาการรังแกกันนี่เอง ทำให้เกิดอีกปัญหาหนึ่งตามมา นั่นคือ เด็กไม่ยอมไปเรียนค่ะ บางคนไม่ไปเพราะหวาดกลัวทั้งการรังแก ทั้งการใช้กำลังในโรงเรียน บางคนไม่ไปเพราะรู้สึกเหมือนเป็นหุ่นเชิดของโรงเรียน ต้องทำตามที่โรงเรียนบอกทุกอย่าง จะทำ จะพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดก็ไม่ได้ ดังนั้นก็ไม่ไปมันซะเลยดีกว่า
ปัญหาที่กล่าวมานี้ จะโทษว่าเป็นเพราะระบบการศึกษาได้หรือไม่? หรือเป็นที่ตัวเด็กเอง? หรืออาจจะเพราะสังคมญี่ปุ่นที่เปลี่ยนไป?
จะเพราะอะไรก็ตาม แต่ทั้งหมดนี้ก่อให้เกิดคดี ซากากิบาระ ขึ้นค่ะ ในส่วนของรายละเอียด ขออนุญาตแนะนำให้ไปอ่านที่บล็อกคุณโอ๋ ในเอนทรี่นี้ได้นะคะ ละเอียดยิบเลย (ขอบคุณคุณโอ๋ที่ทำให้เราดูวีดีโอนี้ได้รู้เรื่องเร็วกว่าเพื่อนๆ เพราะอ่านเอนทรี่นี้ของคุณโอ๋มาก่อนแล้ว - -+)
ทางเราขอเล่าคร่าวๆแล้วกันค่ะ ทั้งหมดนี้ขอยึดตามวีดีโอที่ได้ดูนะคะ คดีนีเเป็นคดีสะเทือนขวัญมากเลยทีเดียว เมื่อปี1997 ในจังหวัดโกเบ มีศีรษะของเด็กชายวางเอาไว้ที่หน้าประตูโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในปากของเด็กชายคาบจดหมายไว้ด้วย ข้อความในจดหมายนั้นมีส่วนพาดพิงถึงระบบการศึกษา นั่นแปลว่าฆาตกรฆ่าเพื่อต้องการเรียกร้องว่าระบบการศึกษาของญี่ปุ่นมันแย่เต็มทน ดูจากการฆ่าอย่างโหดเหี้ยมแล้ว ทำให้ตำรวจสันนิษฐานว่าคนร้ายอาจเป็นชายอายุ20ปีขึ้นไป แต่เมื่อจับกุมได้ ก็สร้างความตื่นตระหนกตกใจให้กับทุกคน เพราะฆาตกรเป็นเพียงแค่เด็กชายอายุ14ปีเท่านั้นเอง
คดีสุดท้ายที่จะพูดถึง เป็นคดีที่เด็กม.ต้นฆาตกรรมครูสาวในปี1998ค่ะ สาเหตุเพราะ เด็กคนนี้ชอบอ้างว่าป่วย แล้วขอไปนอนห้องพยาบาลอยู่เรื่อย จนวันหนึ่งครูห้องพยาบาลทนไม่ไหวเพราะมาบ่อยเกินไป ก็ไล่เด็กกลับห้องเรียนค่ะ ทำให้เด็กโมโหชักมีดพกออกมาขู่ครู หวังว่าครูจะกลัว แต่ครูสาวใจเด็ดค่ะ ไม่กลัว เพราะคิดว่าเด็กก็คงแค่ขู่ ไม่เอามีดมาจ้วงจริงๆหรอก แต่ครูคิดผิดค่ะ เพราะมันทำให้เด็กโมโหมาก และสุดท้ายก็จ้วงครูจริงๆ.......
นอกจากนั้นยังเกิดปรากฏการณ์ที่เด็กไม่สนใจเวลาที่ครูสอน เด็กจะลุก นั่ง คุย เล่น ทำอย่างอื่นไปเถอะ ครูก็ก้มหน้าก้มตาสอนไป (ถ้าใครเคยอ่านเรื่องลามูทรามวัยต่างดาวล่ะก็ สภาพห้องเรียนที่พวกพระเอกอยู่มันเป็นปรากฏการณ์นี้เลยล่ะค่ะ แต่พอดีว่าเรื่องนี้มันเป็นการ์ตูนตลก เนื้อหาเลยสื่อออกมาแบบตลก พอลองคิดในชีวิตจริงคงแย่น่าดูนะ)
เราเคยคิดว่า ทำไมครูถึงไม่ลงโทษเด็กบ้างนะ? ก็ได้คำตอบจากอาจารย์มาว่า เพราะกลัวว่าพ่อแม่เด็กจะมาเอาเรื่อง ก็เลยไม่กล้าทำอะไรเด็กน่ะสิ....... อืม ถ้าเทียบความสัมพันธ์ระหว่างครูกับศิษย์ในประเทศไทยแล้ว ไทยดีกว่าเห็นๆ เวลาเด็กทำผิด ครูก็ตี ด่าว่า มันทำให้เด็กเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้ล่ะเนอะ
อา...รักเมืองไทย TwT/
Bookmarks
813





คนเหมือนกันทำกันได้
ที่นิยายเรื่องแบทเทิลรอยัลถือกำเนิดขึ้นมา มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกหรอก ก็เด็กร้ายซะขนาดนี้ ไม่คุมมันบ้างก็ยังไงอยู่
#1 By ปลาทองคะนองศึก on 2007-01-11 22:36