มาแล้วค่ะ เพื่อความต่อเนื่องและไม่ให้เสียรสชาติ ขอเริ่มเลยแล้วกันนะคะ

ต่อมา มีข่าวว่าเด็นักเรียนมัธยมต้น10กว่าคน รุมทำร้ายคนจรจัด3คน และ2ใน3คนนั้นถึงกับเสียชีวิต
คนจรจัดของญี่ปุ่นจะต่างกับคนจรจัดในบ้านเราค่ะ ถ้าพูดถึงคนจรจัดในบ้านเราแล้วภาพพจน์จะออกไปแนวน่ากลัว ไม่น่าเข้าใกล้ จริงไหมคะ
แต่ของญี่ปุ่นนั้นกลับกันค่ะ คนจรจัดของญี่ปุ่นจะไม่สู้คน อ่อนแอ และบางคนก็ไม่ใช่ว่ายากจนข้นแค้นอะไร ยังพอมีเงินติดตัวด้วยซ้ำไป
เพราะฉะนั้นจึงเป็นเหยื่อชั้นดีของพวกเด็กวัยรุ่นไงล่ะคะ เพราะถึงจะชกตียังไง คนจรจัดก็ไม่มีทางสู้

เพราะอะไร วัยรุ่นจึงรุมทำร้ายคนจรจัด?
นั่นเพราะ.. เก็บกด อยากระบาย แต่ไม่รู้จะไปลงกับใครยังไงล่ะคะ ถึงแม้ว่าจะมีพวกที่กล้าลงมือทำร้ายพ่อแม่ กล้าทำร้ายอาจารย์ แต่ก็มีบางประเภทที่ไม่กล้าลงมือกับพ่อแม่หรืออาจารย์เพราะกลัวปัญหาที่จะตามมาภายหลัง จึงต้องหาทางระบายอารมณ์กับคนจรจัดนั่นเอง น่าสงสารคนจรจัดที่อยู่เฉยๆ ก็กลับโดนเด็กเปรตพวกนี้ทำร้ายจริงๆ บางรายโดนเด็กจับราดน้ำมันแล้วจุดไฟเผาก็มี ไม่รู้เด็กพวกนี้ใจมันทำด้วยอะไร..

ในปี1989 เกิดคดีเด็กสาวชั้นม.ปลายถูกฆ่าฝังคอนกรีตถ่วงน้ำขึ้น
โดยที่ผู้ก่อคดีเป็นเด็กชายอายุ17ปี 4คน ลักพาเหยื่อสาวเคราะห์ร้ายมาขังไว้ที่บ้านตัวเอง 40วัน โดยที่พ่อแม่ก็อยู่บ้านนั่นแหละ แต่ไม่รู้เลยว่าลูกชายจับเด็กสาวมาขังไว้ในบ้าน!!
ไม่ใช่ว่าบ้านกว้างซะจนไม่รู้นะคะ แต่เพราะผลที่มาจาก"การใช้ความรุนแรงในครอบครัว"นั่นแหละ ทำให้พ่อแม่กลัวลูก ไม่อยากเข้าไปยุ่งกับลูก ลูกทำอะไรไว้บ้างก็ไม่รู้เลย ไม่รู้ว่าเด็กสาวคนนั้นโดนทรมานยังไงบ้าง แต่สุดท้ายเธอก็เสียชีวิตลง พวกเด็กๆยัดศพของเธอลงในถังใบใหญ่ เทคอนกรีตทับลงไปเพื่อปิดบังศพ และจับถ่วงน้ำทะเลเพื่อทำลายหลักฐาน แต่ไม่นานก็ถูกจับได้ เพื่อนๆของเด็กชายพวกนี้ให้สัมภาษณ์ว่า 2ใน4คนนั้นเป็นพี่น้องกัน และพวกเขาก็เป็นคนดีด้วย ผลการเรียนก็ดี มนุษยสัมพันธ์ก็ดี การที่2พี่น้องจะมาทำเรื่องแบบนี้ไม่น่าเป็นไปได้ (แต่มันก็เป็นไปแล้ว...)

ลองพูดเล่นๆกับอาจารย์ว่า เหมือนวิธีการของยากูซ่าเลยนะคะ อาจารย์ก็ตอบกลับมาว่า แม้แต่ยากูซ่ายังไม่ทำเลย .....เอ่อ... หรือว่าวิธีการฆ่าแบบนี้เด็กพวกนี้มันเป็นคนต้นคิด เลยทำให้มีวิธีการฆ่าแบบนี้โผล่มาในหนังหรือการ์ตูนหว่า......

การที่เด็กๆก่อคดีนับว่าเป็นปัญหาอย่างมากค่ะ และปัญหามันก็อยู่ตรงที่ว่า กฏหมายของญี่ปุ่นไม่เอาผิดเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเสียด้วย ดังนั้นผลสรุปของคดีนี้คือ เด็กๆทั้ง4 ก็กลับไปใช้ชีวิตตามปกติสุขค่ะ... ไม่ได้รับการลงโทษแต่อย่างใด....
แต่ปัจจุบันนี้ ญี่ปุ่นเองก็เริ่มเล็งเห็นแล้วว่า ควรมีบทลงโทษอย่างจริงจังเสียที เพราะถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป เด็กมันก็ฮึกเหิมลำพองใจ ก่อคดีได้อีกเรื่อยๆเพราะกฏหมายไม่เอาผิดน่ะสิ

นอกจากนี้ยังมีปัญหาเด็กสาวม.ปลายขายตัวอีกต่างหาก หลายๆคนคงจะเคยอ่านตามหนังสือการ์ตูน ที่จะมีลุงหื่นๆ ขอให้เด็กสาวไปกับตน แล้วจะจ่ายเงินให้อย่างงาม เด็กสาวพวกนี้ก็ทำเหมือนเป็นเรื่องปกติค่ะ ขนาดมีคนไปสัมภาษณ์ พวกเธอยังให้สำภาษณ์ด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจด้วยนะว่า "ก็เงินมันดีนี่" แต่ความจริงแล้วเด็กม.ปลายที่ขายตัวก็ไม่ได้มีเยอะเกลื่อนประเทศเค้าหรอกนะคะ ที่มีเยอะมากๆก็แค่ในโตเกียวเท่านั้น ในต่างจังหวัดแทบจะไม่มีหรอก

มาถึงปัญหาสำคัญของเอนทรี่นี้ หลายๆคนคงจะทราบดี ถ้าอ่านเรื่อง life กับ vitamin ของอ.ซึเอโนบุ เคโกะ (สนพ.บงกช) ล่ะก็ คงจะเข้าใจปัญหาที่เราจะพูดถึงได้เป็นอย่างดี ใช่แล้วค่ะปัญหานั้นคือ "การรังแกกันในโรงเรียน" นั่นเอง

เด็กที่ฆ่าตัวตายเพราะถูกรังแก มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กชั้นม.ต้น ที่มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงที่สุด รองมาเป็นเด็กประถมและม.ปลายตามลำดับ ถ้าเคยอ่านเรื่อง life หรือ vitamin ล่ะก็ การรังแกกันแบบในการ์ตูนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆค่ะ อย่างถูกกดหัวจุ่มลงในชักโครกเนี่ย...

รายแรกที่ฆ่าตัวตายเป็นเด็กชายชั้นม.2ค่ะ เขาเขียนจดหมายลาตายไว้ด้วย เป็นข้อความที่อ่านแล้วสงสารและรู้สึกหดหู่ใจจริงๆ จับใจความมาได้ว่า "ถึงพ่อแม่ และเพื่อนๆทุกคน ผมขอโทษที่ต้องลบตัวตนของผมไปแบบนี้ ที่จริงแล้วผมไม่อยากตายเลย แต่การมีชีวิตอยู่มันก็เหมือนกับตกนรกทั้งเป็นอยู่แล้ว ผมไม่ไหวแล้ว เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น ให้ไปถามAคุงกับBคุงดู ขอให้พวกเขาหยุดการกระทำแบบนี้เสียที จะได้ไม่ต้องมีใครเป็นแบบผม นี่เป็นคำขอร้องครั้งสุดท้ายของผม ไม่งั้นแล้วการตายของผมก็คงไม่มีความหมาย" กล่าวคือ เขาใช้ความตายของตัวเอง เตือนคนอื่นค่ะ

ทำไมต้องมีการรังแกกัน? คนญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับกลุ่มมากค่ะ ใครที่ผิดแผกแปลกแยกไปจากกลุ่ม เขาก็ไม่รับแล้ว ซ้ำยังตกเป็นเป้าให้รังแกอีกต่างหาก เอาเป็นว่าถ้าใครอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับการรังแก ให้ไปหาการ์ตูนของอ.ซึเอโนบุ เคโกะ มาอ่านได้นะคะ หรือจะอ่านที่เราแนะนำไว้ในเอนทรี่นี้ก็ได้ค่ะ
ว่าไป ในไทยก็มีนะ การรังแกกันเนี่ย เพียงแต่มันไม่รุนแรงเท่าของญี่ปุ่น อย่างน้อยก็ไม่มีคนฆ่าตัวตายเพราะถูกรังแกอย่างคนญี่ปุ่นล่ะเนอะ

จากปัญหาการรังแกกันนี่เอง ทำให้เกิดอีกปัญหาหนึ่งตามมา นั่นคือ เด็กไม่ยอมไปเรียนค่ะ บางคนไม่ไปเพราะหวาดกลัวทั้งการรังแก ทั้งการใช้กำลังในโรงเรียน บางคนไม่ไปเพราะรู้สึกเหมือนเป็นหุ่นเชิดของโรงเรียน ต้องทำตามที่โรงเรียนบอกทุกอย่าง จะทำ จะพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดก็ไม่ได้ ดังนั้นก็ไม่ไปมันซะเลยดีกว่า

 

ปัญหาที่กล่าวมานี้ จะโทษว่าเป็นเพราะระบบการศึกษาได้หรือไม่? หรือเป็นที่ตัวเด็กเอง? หรืออาจจะเพราะสังคมญี่ปุ่นที่เปลี่ยนไป?
จะเพราะอะไรก็ตาม แต่ทั้งหมดนี้ก่อให้เกิดคดี ซากากิบาระ ขึ้นค่ะ ในส่วนของรายละเอียด ขออนุญาตแนะนำให้ไปอ่านที่บล็อกคุณโอ๋ ในเอนทรี่นี้ได้นะคะ ละเอียดยิบเลย (ขอบคุณคุณโอ๋ที่ทำให้เราดูวีดีโอนี้ได้รู้เรื่องเร็วกว่าเพื่อนๆ เพราะอ่านเอนทรี่นี้ของคุณโอ๋มาก่อนแล้ว - -+)
ทางเราขอเล่าคร่าวๆแล้วกันค่ะ ทั้งหมดนี้ขอยึดตามวีดีโอที่ได้ดูนะคะ คดีนีเเป็นคดีสะเทือนขวัญมากเลยทีเดียว เมื่อปี1997 ในจังหวัดโกเบ มีศีรษะของเด็กชายวางเอาไว้ที่หน้าประตูโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในปากของเด็กชายคาบจดหมายไว้ด้วย ข้อความในจดหมายนั้นมีส่วนพาดพิงถึงระบบการศึกษา นั่นแปลว่าฆาตกรฆ่าเพื่อต้องการเรียกร้องว่าระบบการศึกษาของญี่ปุ่นมันแย่เต็มทน ดูจากการฆ่าอย่างโหดเหี้ยมแล้ว ทำให้ตำรวจสันนิษฐานว่าคนร้ายอาจเป็นชายอายุ20ปีขึ้นไป แต่เมื่อจับกุมได้ ก็สร้างความตื่นตระหนกตกใจให้กับทุกคน เพราะฆาตกรเป็นเพียงแค่เด็กชายอายุ14ปีเท่านั้นเอง

คดีสุดท้ายที่จะพูดถึง เป็นคดีที่เด็กม.ต้นฆาตกรรมครูสาวในปี1998ค่ะ สาเหตุเพราะ เด็กคนนี้ชอบอ้างว่าป่วย แล้วขอไปนอนห้องพยาบาลอยู่เรื่อย จนวันหนึ่งครูห้องพยาบาลทนไม่ไหวเพราะมาบ่อยเกินไป ก็ไล่เด็กกลับห้องเรียนค่ะ ทำให้เด็กโมโหชักมีดพกออกมาขู่ครู หวังว่าครูจะกลัว แต่ครูสาวใจเด็ดค่ะ ไม่กลัว เพราะคิดว่าเด็กก็คงแค่ขู่ ไม่เอามีดมาจ้วงจริงๆหรอก แต่ครูคิดผิดค่ะ เพราะมันทำให้เด็กโมโหมาก และสุดท้ายก็จ้วงครูจริงๆ.......

นอกจากนั้นยังเกิดปรากฏการณ์ที่เด็กไม่สนใจเวลาที่ครูสอน เด็กจะลุก นั่ง คุย เล่น ทำอย่างอื่นไปเถอะ ครูก็ก้มหน้าก้มตาสอนไป (ถ้าใครเคยอ่านเรื่องลามูทรามวัยต่างดาวล่ะก็ สภาพห้องเรียนที่พวกพระเอกอยู่มันเป็นปรากฏการณ์นี้เลยล่ะค่ะ แต่พอดีว่าเรื่องนี้มันเป็นการ์ตูนตลก เนื้อหาเลยสื่อออกมาแบบตลก พอลองคิดในชีวิตจริงคงแย่น่าดูนะ)

เราเคยคิดว่า ทำไมครูถึงไม่ลงโทษเด็กบ้างนะ? ก็ได้คำตอบจากอาจารย์มาว่า เพราะกลัวว่าพ่อแม่เด็กจะมาเอาเรื่อง ก็เลยไม่กล้าทำอะไรเด็กน่ะสิ....... อืม ถ้าเทียบความสัมพันธ์ระหว่างครูกับศิษย์ในประเทศไทยแล้ว ไทยดีกว่าเห็นๆ เวลาเด็กทำผิด ครูก็ตี ด่าว่า มันทำให้เด็กเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้ล่ะเนอะ


อา...รักเมืองไทย TwT/

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อ่านแล้วสลดจริงๆแฮะ
คนเหมือนกันทำกันได้
ที่นิยายเรื่องแบทเทิลรอยัลถือกำเนิดขึ้นมา มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกหรอก ก็เด็กร้ายซะขนาดนี้ ไม่คุมมันบ้างก็ยังไงอยู่
อ่านแล้วแอบกลัว...ทั้งที่ยังเป็นเด็กนักเรียนอยู่แท้ๆ จิตใจทำด้วยอะไรนะ...
ป.ล. ฮิกกี้น่าร๊ากก

#2 By [S]ilver [M]oon on 2007-01-11 22:44

แสงสว่างไปถึงที่ไหน ความมืดก็ตามไปถึงนั่นเสมอ...

น่าแปลกเนอะ ทั้งที่งานเขียนและศิลปะของญี่ปุ่น ช่างเต็มไปด้วยปรัชญา และในหลายชิ้นก็แฝงอิทธิพลด้านความเชื่อ-ศาสนาไว้เต็มที่ แต่สถานการณ์ด้านมืดของเค้าก็ช่างเลวร้ายสุดๆไปเลยเหมือนกัน

#3 By LUMiN on 2007-01-11 23:00

อ่านแล้วขนลุกเลยอะ
ยังเป็นนักเรียนแท้ๆแต่ทำไปได้

#4 By Harucino on 2007-01-11 23:03

ไม่เคยเจอแต่เท่าที่เห็นข่าวเท่าที่ฟังมาก็เป็นปัญหาตอนนี้จริงๆค่ะ

ที่อยู่ตอนนี้ออกจะบ้านนอกเลยไม่ค่อยเห็นคดีอะไรแบบที่อ่านในบล็อคนี้

คืออ่านแล้ว...จริงๆบ้านเราก็มีรังแกกันเถอะค่ะ แต่มันจะเป็นคนละแนว บ้านเราจะออกแนวทำรุนแรงอย่างเดียว แต่ที่นี่จะมีแบบเมินด้วย เหมือนตัวตนหายไปเลย

แต่มาคิดดูอีกที แมวว่าที่ญี่ปุ่นก็ยังปลอดภัยกว่าเมืองไทยอยู่ดี ถึงแม้ว่าการดิ้นรนเพื่ออยู่ในสังคมจะเป็นเรื่องที่เหนื่อยกว่าบ้านเราก็ตาม

#5 By tameaw on 2007-01-11 23:03

อ่านแล้วน่ากลัวจัง แต่ก็น่าสนใจมากเลย ทั้งที่เข้มงวดแต่กลับมีเด็กๆ ที่แตกแถวมากมาย

คิดไปถึงคำถามที่หาคำตอบได้ยากว่าจะแก้ยังไงดีในเมื่อขนาดเข้มงวดก็ยังเอาไม่อยู่ ถ้าเลี้ยงกันหลวมๆ จะทำให้เด็กพวกนั้นเป็นคนปกติได้เหรอ แล้วก็อะไรคือการเลี้ยงดูที่เรียกว่าพอดีกันน้า บ้านเราสามคนพี่น้องนิสัยไม่เหมือนกันเลยซักคน

คิดแล้วก็...
อยากให้เดทโน๊ตอยู่ในมือคนที่เหมือนไลท์คุงง่ะ

#6 By honeynut on 2007-01-11 23:04

= = '' อ่านแล้วสลดชะมัดยาดสังคมเขาเครียดกันจนสยองขวัญจริงๆ

อา...รักเมืองไทย TwT / << อ่านจบแล้วยอมรับเลยนะว่าอาจารย์โหดๆของไทยน่ะทำให้คนในสังคมเป็นคนดีและไม่ทิ้งคนอื่นไปง่ายๆ

#7 By Kuro Noire on 2007-01-11 23:16

= = '' อ่านแล้วสลดชะมัดยาดสังคมเขาเครียดกันจนสยองขวัญจริงๆ

อา...รักเมืองไทย TwT / << อ่านจบแล้วยอมรับเลยนะว่าอาจารย์โหดๆของไทยน่ะทำให้คนในสังคมเป็นคนดีและไม่ทิ้งคนอื่นไปง่ายๆ

#8 By Kuro Noire on 2007-01-11 23:16

Jay : อา.. มันก็ไม่มีที่ไหนดีไปซะหมดน่ะแหละค่ะ..
ธีมนี้สวยมากเลย แต่บลอคของทรายเปิดบนไฟร์ฟอกซ์ธีมเสียหมดเลยค่ะ

#9 By Jay on 2007-01-11 23:44

เง้อ....ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องจริงเลยนะเนี่ย
เด็กเกเรๆในบ้านเราดูน่าเอ็นดูขึ้นมาเป็นกอง

#10 By pradchan on 2007-01-11 23:59

รู้มาบ้างเหมือนกันฮะ ว่าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นจริงและรุนแรงมาก มากๆๆ มากๆๆๆ
= ="
มาอ่านแล้วมันก็รู้สึกไม่ดีที่เด็กรุ่นๆเดียวกันกับเราทำแบบนี้ได้ ไม่รู้จิตใจทำด้วยอะไร

โรคปัญหาการกักเก็บตัวเองอยู่แต่ในบ้านนั่นก็อีกเรื่องที่เด็กวัยรุ่นญี่ปุ่นเป็นกันอย่างหนัก
แต่ผมจำชื่ออาการไม่ได้แฮะ

รู้สึกเลยว่าสังคมไทยถึงจะเน่าเฟะยังไงแต่คนไทยก็ยังมีส่วนดีกว่ามากอยู่ดี
อย่างน้อยการกลั่นแกล้งแบบปกติก็ไม่รุนแรงถึงกลับทำให้มีคนตาย

#11 By 【いくみ】 on 2007-01-12 00:25

ลืมบอก..ผมชอบธีมนี้จัง^^ฮิกกี้น่ารัก

#12 By 【いくみ】 on 2007-01-12 00:26

โหดสมเป็นญี่ปุ่นจริงๆ

เรื่องไลฟ์เราก็อ่านค่ะ (ติดด้วย)
จากที่ไปอยู่ญี่ปุ่นแล้วก็รักเมืองไทยขึ้นมาจริงๆแหละ TwT'

#13 By ☆[แป้ง].Haมmy*☆ on 2007-01-12 00:31

ชื่ออาการฮิคิโคโมริจ้ะ
เรียกย่อกันว่าฮิกกี้......... มาพ้องกับฮิกกี้(อุทาดะ)เฉยเลย

#14 By ┼ SY┼ on 2007-01-12 00:32

งานนี้บอกได้แค่ว่าน่าหดหู่จริงๆค่ะ= ="
มันเป็นปัญหาที่ฝังแน่นจนยากจะแก้ไขจริงๆ

ที่เรารู้สึกแย่ที่สุดก็เรื่องการรังแกในโรงเรียน เพราะคิดว่าเป็นพื้นฐานของปัญหาหลายๆอย่างที่ตามมาเลย= =

ได้เห็นได้ฟังแล้วก็รู้สึกแย่ค่ะ เด็กๆไม่สามารถคิดหรือทำอะไรได้อย่างอิสระอย่างที่คิด เพราะโดนทั้งครูบาอาจารย์กดดัน ไหนจะแปลกแยกจากเพื่อนไม่ได้อีก ไม่งั้นก็โดนรังแก(โดยเฉพาะโดนคว่ำบาตรนี่น่ากลัวสุดๆ...) ยิ่งทีความเครียดก็ยิ่งสะสมล่ะนะ

#15 By -shinya- on 2007-01-12 02:34

อ่านจบแล้ว เด็กญี่ปุ่นนี่โหดกว่าเด็กไทยเยอะเลยแฮะ

เหมือนกำลังอ่าน GTO, ไซโคเมทเลอร์เอย์จิ ที่เป็นเรื่องจริงเลย

คิดว่าเป็นเพราะสังคมที่นั่นเขาเอาจริงเอาจังกว่าสังคมไทยที่ปล่อยตัวตามสบายแฮะ

#16 By gabbah on 2007-01-12 02:43

น่ากลัวสุดๆเลย =[]=
นี่หรอ..ประเทศที่ใฝ่ฝันอยากจะไป.. (ชักไม่แน่ใจแล้วแฮะ..)
แต่ว่าเล่าแล้วสนุกสุดๆไปเลยคร่า ชอบๆๆๆๆ >v< !!
รู้สึกว่าญี่ปุ่น โลกของเค้าหมุนไว้เกินกว่าศีลธรรมจริงๆเนอะ

#17 By 【 ニオちゃん 】 on 2007-01-12 17:44

ไม่ชอบอ่านอะไรแบบนี้เลยอ่า T___________T~

Ps. Theme ใหม่สวยนะคะ อิอิ

#18 By ☆ C H I K A ★ on 2007-01-12 17:59

พึ่งมาอ่าน 2 entry เลย

เราคิดว่าที่มันเป็นแบบนี้คงเป็นเพราะระเบียบที่มากเกินไป มันทำให้เกิดความเก็บกด

ไม่มีอะไรที่มันPerfect 100% มากไปก็ไม่ดี น้อยไปก็ไม่ดี

แต่ของไทยมีปัญหาแต่เรื่องข่มขืนแหละน๊า -*- (เอาเหอะๆ ไม่มีอะไรที่ดีสมบรูณ์พน้อม)

#19 By Catdoll Jin on 2007-01-12 20:04

สังคมเข้มงวดเกินไปก็จะส่งผลออกมาเป็นแบบเด็กญี่ปุ่น (บางคน)
สังคมปล่อยปละเกินไปก็จะส่งผลออกมาเป็นแบบเด็กไทย (บางคน)

...ไม่มีแบบที่มันเดินทางสายกลางมั่งรึไง??

#20 By Piggy on 2007-01-13 00:08