Blog - Tag รอบ2
posted on 13 Jan 2007 00:33 by satyros in TAG
โดนTagอีกครั้ง จากพี่สาวใจดี กับน้องสาวน่ารักค่ะ แถมคุณโอมาTagในบล็อกรองอีก ก็เลย...อัพTagอีกรอบละกัน ><;
ที่จริงโดนนานแล้ว แต่ตอนนั้นเพิ่งอัพรอบแรกไป เลยขอทิ้งช่วงหน่อยละกันค่ะ เลยเพิ่งจะมาอัพเนี่ยแหละ ฮ่าๆ
ใครสนใจอยากอ่าน Tagคราวที่แล้ว ก็เชิญได้นะคะ ส่วนที่คุณโอTagมา เราขออัพในบล็อกรองแล้วกันค่ะ ^^
เรื่องที่ไม่ค่อยมีใครรู้เกี่ยวกับเราอีก5ข้อ....
1.เรามีเชื้อสายเวียดนาม
ข้อนี้มีน้อยคนมากที่รู้ค่ะ ตัวเราเองก็เพิ่งรู้ว่ามีเชื้อเวียดนามก็เมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง ^^;
แม่เล่าว่าบรรพบุรุษ(ทั้งทางพ่อและทางแม่ เนื่องจากมีภูมิลำเนาเดียวกัน) ตั้งแต่รุ่นคุณทวดลงไป เป็นคนเวียดนามค่ะ พูดภาษาเวียดนามกันอย่างเดียวเลย
พ่อแม่เราก็พูดได้นะแต่ไม่กี่คำหรอกค่ะ ส่วนมากใช้เรียกสรรพนามของญาติมากกว่า ส่วนเราน่ะรึ ไม่รู้ภาษาเวียดนามแม้แต่นิด
แต่แม่ก็บอกนะว่า มันผ่านมากี่รุ่นแล้ว มาถึงเราก็คงไม่มีเชื้อแล้วมั้ง แต่โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าไม่แฮะ คิดว่าหลงเหลืออยู่สักเศษเสี้ยวมากกว่า เพราะบรรพบุรุษรุ่นคุณทวดของทั้งพ่อทั้งแม่เป็นคนเวียดนาม แล้วมันจะหายไปในรุ่นเราได้ไง - -"
2.ชื่อ
-ความหมายของชื่อ
ชื่อจริงและชื่อเล่นของเรา มีความหมายเดียวกันคือ "ทราย" ค่ะ แม่เป็นคนตั้งให้
ตอนเด็กๆ มีหลายคนถามเราแบบนี้
"ทรายชื่อจริงชื่ออะไร"
"วาลิกา"
"แปลว่าอะไร"
"ก็แปลว่าทรายน่ะสิ"
"ห๊ะ ตรงตัวแบบนี้เลยเหรอ"
โดยส่วนตัวแล้วชอบตรงที่เรียบง่ายและตรงตัวดีอ่ะ ฮ่าๆ
-ที่มาของชื่อ SY
ตอนเด็กๆไปอยู่บ้านน้องสาวที่ดอนเมือง แล้วแถวนั้นเด็กเยอะ ก็จับกลุ่มเล่นกัน มีอยู่วันนึงก็เล่นอะไรสักอย่างที่ต้องใช้ชื่อภาษาอังกฤษ แต่เราไม่รู้ว่าจะเขียนชื่อเราออกมายังไงดี เพราะจะ saiก็ได้ หรือจะsineก็ได้
พี่ที่อาวุโสที่สุดในกลุ่ม ก็หยิบชอล์กขึ้นมาเขียนกับพื้นหินว่า SY
"เอาแบบนี้ละกัน by ยังออกเสียงว่าบายเลย sy ก็น่าจะออกเสียงว่า ซาย ได้สิ แถมยังไม่ซ้ำใครด้วยนะ"
โอ้ ไอเดียบรรเจิด ก็เลยใช้SYแทนชื่อเล่นเราตั้งแต่นั้นมาค่ะ
ก็เคยสงสัยนะว่ามันอ่านออกเสียงว่า ซาย ได้จริงเหรอ ตอนไปเล่นที่อฟฟิศพ่อ มีโปรแกรมอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษอยู่ เลยพิมพ์คำนี้ใส่ลงไป มันก็อ่านออกเสียงได้ว่า ซาย
แถมตอนเรียนกับครูฝรั่ง เขียนให้เค้าดู เค้าก็อ่านว่า ซาย ทันทีไม่รีรอ ก็เลยกระจ่างว่ามันอ่านว่าซายได้จริงแฮะ *0*
ก่อนที่เข้าวงการเน็ต ที่จริงเราใช้ชื่อหลายชื่อ แล้วโคตรเกรียนเลย พอโตขึ้นมาถึงรู้ว่าไอ้พฤติกรรมแบบนั้นมันคือเกรียน ก็แอบรับตัวเองไม่ได้ขึ้นมา (ฮา)
พอจะเข้าวงการเน็ต ก็เลยปรับตัวค่ะ จะเป็นฉันคนใหม่ จะไม่ใช่นามแฝงใดๆ ใช้ชื่อจริงๆของตัวเองไปเลยแล้วกัน ก็เลยตัดสินใจใช้ชื่อ SY ในเน็ตค่ะ
ทว่า มีคนคิดว่า มันมาจาก Super Yaoi ด้วยแหละ กร๊ากกกก
3.เรากลัววิกผมและหุ่นที่ตั้งโชว์ในร้านเสริมสวย
กลัวมากกกก ไอ้หุ่นที่ตั้งโชว์ในร้านเสริมสวยที่มันมีแต่คออ่ะ คอยาวๆยืดๆอ่ะ กลัวมากค่ะกลัวจริงๆ เห็นทีไรก็ขนลุกทุกที หลอนจิตมากมาย ถ้าเดินผ่านหุ่นพวกนี้จะรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นและเดินอย่างรวดเร็วทันที
ส่วนวิก ที่จริงมันมาเป็นแพ็คเกจคู่กับหุ่น แต่ยังไงก็ตามถ้ามันแยกกันเราก็ยังกลัวอยู่ดี ถึงแม้จะไม่เท่าตอนแพ็คคู่ก็ตาม ถ้าเป็นวิกผมสีๆจะไม่เท่าไหร่นะ เฉยๆ แต่ถ้าวิกผมสีดำ+ยาวสลวยนี่ NO!!
เพราะแบบนี้เวลาคอสเลยเลือกตัวที่เหมาะกับทรงผมเราในเวลานั้นๆไงคะ อย่างคามิวในutawarerumono เพราะผมสั้น คอสได้ ยังไงๆเราก็ไม่อยากใส่วิก เรากลัว T_T
ความกลัวนี้อาจมาจากการดูหนังผีของไทยสมัยเด็ก...เรื่องอะไรสักอย่างที่มันเกี่ยวกับหุ่นในร้านเสริมสวยอ่ะแหละ จำไม่ได้ รู้อีกทีเราก็กลัวหุ่นกับวิกเข้าสายเลือดแล้ว
4.อาหารการกิน
-ชอบอาหารรสเผ็ด
มาเลยอาหารที่ประกอบไปด้วยพริกแกง พริกขี้หนู พริกหยวก พริกป่น ชอบมาก..... กินซะจนกระเพาะพัง หมอสั่งห้ามเลยล่ะ แหะๆ
-ดื่มน้ำอัดลมไม่ได้
ถูกแม่ปลูกฝังมาตั้งแต่เล็กๆเลยค่ะ แม่จะไม่ให้เราดื่มน้ำอัดลมเลย พอมาลองดื่มตอนโตมันเลยไม่คุ้นลิ้น ดื่มทีก็รู้สึกบาดคอมาก
จะไม่ดื่มนอกจากว่าหิวน้ำมากๆแล้วตรงหน้าไม่มีทางเลือกอื่นเลยนอกจากน้ำอัดลม
-เกลียดลูกเกด
เมื่อก่อนก็กินได้อยู่หรอกนะ ไม่รู้ทำไมมากินอีกทีรู้สึกมันดึ๋ยๆหยึยๆ กินแล้วรู้สึกแย่ยังไงไม่รู้ ..ขอบายค่ะ ไม่ชอบจริงๆ
-รักไอติมยิ่งชีพ
ถ้าทำได้ก็อยากจะกินมันทุกวันเลย สมัยม.ปลายกินแทนข้าวยังได้เลย กร๊าซ มันถึงได้อ้วนกลมแบบนี้ไงคะ ขนาดไปเมืองหนาวยังกินไอติมได้
รสที่ชอบมากๆก็ สตรอเบอรี่ชีสเค้ก ทั้งของสเวนเซ่นและบาสกิ้น (คงเพราะชอบพวกสตรอเบอรี่/บลูเบอรี่ชีสเค้กด้วย)
สมัยก่อนกินบาสกิ้นบ่อยมากๆ เรียกได้ว่าลองมาแล้วทุกรส แถมยังรู้ดีกว่าพนักงานซะอีก กร๊าก แต่หลังๆโอนเอียงมาทางสเวนเซ่นมากกว่า เพราะมันมีโปรโมชั่น59บาท ถูกกว่าบาสกิ้นง่ะ
ยิ่งตอนนี้สเวนเซ่นมีโปรโมชั่น 59strawberry... แทบจะกินมันทุกวันหลังเลิกเรียนเลยล่ะ อร่อยมากกกก >[]<
แต่อย่าให้กินรัมเรซิ่นนะ มีเคือง = =*
-อาหารไทยต้องฝีมือแม่ อาหารฝรั่งต้องฝีมือพ่อ ขนมต้องฝีมือตัวเอง
ชอบอาหารไทยฝีมือแม่มากๆ พวกพแนง แกงไก่ ส่วนฝีมือพ่อที่ชอบที่สุดคือพิซซ่าและสปาเก็ตตี้ค่ะ ซอสเนื้อชุ่มฉ่ำ พิซซ่าแป้งกรอบนอกนุ่มใน แถมยังโปะชีสให้เยอะมาก เพราะพ่อรู้ว่าเราชอบเลยสนองซะ :P
ส่วนขนม..ไม่ใช่ว่าเราทำขนมเก่งอะไรหรอกค่ะ แต่ทำกินเองแล้วมันกำหนดรสได้ตามที่ชอบไง ก็เลยชอบทำกินเองมากกว่า
แต่ไม่ได้ทำขนมมาหลายปีแล้วเพราะสภาพบ้านไม่อำนวย ลืมวิชาไปหมดแล้วเนี่ย ไว้รอย้ายบ้านก่อนเหอะ
อยากกินพิซซ่าฝีมือพ่ออีกจัง.. เดี๋ยวนี้ที่บ้านไม่ทำอาหารกินเองเลย แพ็คอุปกรณ์ลงลังไปหมดแล้ว T_T
5.เคยประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์แต่ไร้ซึ่งรอยขีดข่วนใดๆ
เป็นเรื่องตอนประมาณป.1ค่ะ ตอนที่ไปหาตากับยายที่นครสวรรค์ พ่อก็ขับรถไปตามทางเรื่อยๆน่ะนะ ออกนอกกรุงเทพละ อีกชั่วโมงก็ถึงที่หมาย
แต่...จู่ๆก็มีรถพ่วงเบี่ยงเลนมา พ่อก็หักหลบ เท่านั้นแหละค่ะ ชนกับต้นไม้ข้างทางเต็มแรงเลย บวกกับโดนแรงเบียดจากรถพ่วงอีก ทำให้สภาพรถเละมาก กระจกหน้ารถแตกละเอียด
เละขนาดที่ว่า ชาวบ้านเห็นเหตุการณ์แล้วพูดๆกันว่า"ไม่น่ารอด"อ่ะ แล้วสักพักก็มีเสียงเด็กร้องไห้โฮ ดังลั่นเลย ชาวบ้านก็เลยรู้ว่ามีเด็กอยู่ เลยรีบมาช่วยเราค่ะ
แต่เราในตอนนั้นน่ะเหรอ... บอกตามตรงว่า ไม่รู้สึกตัวค่ะ ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังร้องไห้อยู่
รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่แม่ที่นั่งอยู่เบาะหลังเอื้อมมือมาจับตัวเรา เราก็สะดุ้ง รู้สึกตัวแล้วหันไปมอง เห็นมือแม่โชกเลือดเลย ตกใจกลัวมาก
มองไปทางที่นั่งคนขับก็เห็นพ่อสลบเหมือด ท่าสลบน่ากลัวมาก ฟุบไปกับพวงมาลัยแล้วมือทั้ง2ข้างเหยียดตรงทะลุกระจกหน้ารถน่ะค่ะ ดีนะที่กระจกมันแตกละเอียดไปหมดแล้ว
ก็ก้มลงมองตัวเอง เศษกระจกร่วงกราวเต็มหน้าตักเลยค่ะ แต่...ไม่มีแผลเลยสักนิด ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนใดๆ แถมตอนนั้นก็ใส่เสื้อวันพีซบางๆอีกต่างหาก (เพราะช่วงนั้นมันร้อนง่ะ)
ทั้งๆที่น่าจะโดนกระจกบาดบ้าง เพราะแตกกระจายขนาดนั้น แต่ก็ไม่โดนอะไร
แม่เราถูกกระจกรถทิ่ม ฝังลงไปในมือกับขา เลือดโชกค่ะ แต่ยังเอาออกไม่ได้ต้องกลับมาผ่าเอาออกที่กรุงเทพ
ส่วนพ่อเรา...รู้สึกว่าชาวบ้านเค้าจะพาไปรักษานะ ไม่ก็ถูกนำตัวส่งศูนย์พยาบาลใกล้ๆแหละ จำไม่ได้ แต่นานเลยกว่าพ่อจะฟื้น
.........ส่วนเรา.......พลเมืองดีที่มาช่วยเรา ยังงงเลยค่ะ "หนูไม่มีแผลอะไรเลยเหรอ ไม่เจ็บตรงไหนเหรอ?"
ตอบได้อย่างภาคภูมิเลยว่า "ไม่เลยค่ะ.."
แถมนิด ตอนนั้นสิ่งที่ติดตัวเพียงอย่างเดียวนอกจากเสื้อผ้าและรองเท้าคือ สร้อยพระรูปเหรียญแม่พระค่ะ
(เรานับถือศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิกอ่ะน่อ ชนกลุ่มน้อย 555 ถ้าที่เห็นกันบ่อยๆจะเป็นคริสเตียน เค้าจะไม่นับถือแม่พระกัน จะนับถือแต่พระเจ้า พระเยซู และไบเบิ้ล)
ก็เลยอดคิดไม่ได้ว่าที่ไม่เป็นอะไรเลย ทั้งๆที่ดูจากสภาพรถแล้วมันไม่น่ารอด เพราะมีพระคุ้มครองหรือเปล่าหนอ >_<
ก็เป็นอีกประสบการณ์หนึ่งที่จำได้ขึ้นใจจนทุกวันนี้
จบแล้วค่ะ ขออนุญาตไม่ขอTagใครต่อเน้อ เดี๋ยวจะไม่จบไม่สิ้น ^^;
Bookmarks










เกิดอุบัติเหตุแต่ไม่มีแผลสุดยอดฮะ กลัววิกผมด้วยเหรอ....(หึหึ) มีของแกล้งนอกจากลูกเกดแล้วซินะ
อยากกินมั่งง่า เล่าซะหิวเลย
<== ตะกละเอง
ขอบคุณพระเจ้า แต่อย่าให้มีอีกเลยนะในชีวิต หนเดียวพอแล้ว ^_^
น้ำอัดลมนี่พี่ชอบมาก.. โดยเฉพาะจากกระป๋อง มันจะซ่ากัดคอได้ใจเป็นพิเศษ
#1 By ☆[แป้ง].Haมmy*☆ on 2007-01-13 00:54