คนที่อ่านบล็อกเรามานานอย่าเพิ่งเซ็งนะ ว่ามันกลับมาบ้าเขี้ยวเงินอีกแล้วเหรอ 5555
(ก็แหม มันเรื่องโปรดในดวงใจนี่นา)


เมื่อเร็วๆนี้ นึกคึกอะไรขึ้นมาไม่รู้ ไปเอาเขี้ยวเงินกลับมาอ่านใหม่ ...
แล้วก็พบว่า ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีฉันก็ยังพี้มันเหมือนเดิม กร๊าก คราวนี้อ่านแล้วระทึุกกว่าเดิมด้วยเพราะว่าตัวเองก็เลี้ยงหมา เลยรู้สึกโมเอ้เขี้ยวเงินหนักข้อกว่าเดิมอีก เวรกรรม.... 

สำหรับเรา มันเป็นเรื่องที่เท่มากๆๆๆๆๆ้เลยนะ ไม่ว่าจะอ่านตอนอายุเท่าไหร่ ก็ยังรู้สึกว่ามันเท่ไม่เสื่อมคลาย คนเขียนเก่งมากๆเลยที่สามารถถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์+ธรรมชาติในญี่ปุ่นออกมาได้เยี่ยมขนาดนี้

สำหรับท่านใดที่ไม่รู้จักเขี้ยวเงิน ก็..แปลว่าท่านยังไม่แก่ 555

 

เค้าชอบOPมวากกกกกกกกกกกกกก

 

เขี้ยวเงินเป็นการ์ตูนเกี่ยวกับน้องหมาหลายสายพันธุ์หลายพันตัวมารวมตัวกันเพื่อโค่นหมียักษ์ค่ะ เคยเขียนไว้นานมากกกกก หากท่านใดอยากอ่านก็เชิญได้ค่ะ

เมาท์เรื่องไอ้เขี้ยวเงิน เขียนเมื่อปี2005
ไอ้เีขี้ยวเงินภาค2 ตำนานเขี้ยวเงิน-วีด- เขียนเมื่อปี2005เช่นกันแต่เตือนก่้อนว่ามีแต่คำวิจารณ์ในทางลบ เพราะจขบ.รับภาคสองมิได้เจ้าค่ะ .... ถ้าท่านศรัทธาในภาคแรก แนะนำว่าอย่าอ่านภาคสองดีกว่า
หมายเหตุ ทั้งสองเอนทรี่ รูปหายไปหมดแล้ว

 

http://uc.exteenblog.com/satyros/images/DOGS/gin/DVDcover.jpg
DVD Completed Box งือออ อยากได้....17,000กว่าเยน... อั่ค

 

เอนทรี่นี้ ก็ว่าจะมาเมาท์เขี้ยวเงินเหมือนเดิมค่ะ ฮา ผ่านไปกี่ปีก็ยังพี้แต่ของเก่าๆ เดิมๆ
แต่อาจจะไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องเท่าไหร่นัก เพราะจะเมาท์เรื่องน้องหมาพันธุ์ต่างๆ ในเรื่องเขี้ยวเงินค่ะ

เราจะเน้นแต่ภาคแรกนะ เพราะภาคสองเรายังไม่คิดจะอ่านต่อค่ะ
เนื่องจากนึกคึกไปเซิร์ชคำว่า 銀牙 ในวิกิพีเดียญี่ปุ่น แล้วคนเขียนวิกิพีเดียเค้าระบุมาให้เกือบหมดเลยว่าน้องหมาแต่ละตัวในเรื่องนี่มันมีพันธุ์อะไรกันบ้าง เราก็ลิงค์ๆๆไล่อ่านไปจนตาแฉะกันเลยทีเดียว(ไม่ทำงานทำการเรอะ!) ก็รู้สึกว่าน่าสนใจดี เลยเอามาแปลให้อ่านกันค่ะ

เริ่มจาก

 

พันธุ์อาคิตะ (Akita Inu)

ตัวเอกของเรื่อง กิง หรือเขี้ยวเงิน มีขนสีเงิน
หน้าตาในการ์ตูนเป็นแบบนี้

http://uc.exteenblog.com/satyros/images/DOGS/gin/4835b.jpg
ตัวข้างหน้านะ ฮา


http://uc.exteenblog.com/satyros/images/DOGS/gin/Gin-puppy.jpg
ตอนเด็กๆ โมเอ้


ป๊ะป๋าของกิง ริกิ

http://uc.exteenblog.com/satyros/images/DOGS/gin/riki.jpg
เท่ว่ะ

ก็แน่นอนว่าเป็นพันธุ์อาคิตะเช่นกัน แต่สีออกน้ำตาลแดง พบเห็นได้ทั่วไป

http://uc.exteenblog.com/satyros/images/DOGS/gin/story_img_1.jpg

http://uc.exteenblog.com/satyros/images/DOGS/gin/riki-gin01.jpg

http://uc.exteenblog.com/satyros/images/DOGS/gin/riki-gin02.jpg

ป๊ะป๋าเท่เนอะ

 

เอาล่ะ ทีนี้เรามาดูหน้าตาจริงๆของสุนัขอาคิตะกันบ้าง..

แต่นแต๊น

http://uc.exteenblog.com/satyros/images/DOGS/gin/akita01.jpg

http://uc.exteenblog.com/satyros/images/DOGS/gin/akita02.jpg

(เราเห็นหน้าครั้งแรกเราขำก๊ากเลย ญี่ปุ่นโคตรๆ น่ารักดี 55555555555) 

อาคิตะอินุ
เป็นสุนัขญี่ปุ่น (ดูหน้าก็น่าจะรู้เนอะ 555) ถือว่าเป็นพันธุ์ที่มีรูปร่างใหญ่ที่สุดในบรรดาสุนัขญี่ปุ่นที่ได้รับการสงวนตามกฏหมาย 6 ชนิด เจ้าหมาฮาจิที่เป็นตำนานของญี่ปุ่นก็คือพันธุ์นี้นี่แหละ เป็นสุนัขที่รักและซื่อสัตย์ต่อเจ้าของมาก เป็นอีกพันธุ์หนึ่งที่ผู้คนในจังหวัดอาคิตะเลี้ยงไว้เพื่อเป็นสุนัขแข่งหรือล่าสัตว์ แต่ปัจจุบันนี้ในจังหวัดอาคิตะก็มีคนที่เลี้ยงในบ้านมากขึ้น

แม้จะถือว่าเป็นสัตว์สงวนของญี่ปุ่น แต่ประวัติของมันก็ลางเลือนเหลือเกิน ระยะเวลาหลังจากที่ได้รับการยืนยันสายพันธุ์ยังผ่านมาไม่ถึงร้อยปีด้วยซ้ำ แต่กว่าจะได้รับการยืนยันสายพันธุ์ก็มีประวัติยากลำบากต่างๆมากมาย

บรรพบุรุษของสุนัขอาคิตะ คือ อาคิตะมาตากิ เป็นหมาล่าเนื้อบนภูเขา ตัวเท่าสุนัขล่าหมีขนาดกลาง เมื่อมีการจัดการต่อสู้ของสุนัขด้วยกันเองขึ้นที่จังหวัดอาคิตะ ในปี1630 ผู้คนต่างก็คาดหวังที่จะให้สุนัขที่ลงแข่งมีความแข็งแกร่งมากขึ้น จึงจับมาตากิผสมกับสุนัขพันธุ์อื่นๆ ซึ่งจุดนี้เองถือว่าเป็นต้นสายของพันธุ์อาคิตะ

แม้ว่ายุคสมัยจะแปรเปลี่ยนไปเท่าไร แต่การแข่งสุนัขยังคงดำเนินต่อไป จนถึงสมัยเมจิก็เริ่มผสมสุนัขจากต่างประเทศมากขึ้น และเมื่อถึงปีที่30ของสมัยเมจิ ก็บังเกิดสุนัขที่ชอบการต่อสู้เป็นชีวิตจิตใจขึ้นมา นั่นก็คือ สุนัขโทสะ นำเข้ามาจากจังหวัดโคจิ (ซึ่งภายหลังก็มีการผสมโทสะเข้ากับพันธุ์ต่างประเทศจนโทสะรุ่นหลังมีร่างกาย ใหญ่โตขึ้น แต่ช่างโทสะก่อน เราจะไปพูดถึงอีกทีในส่วนของมุซาชิและเบนิซากุระ) ซึ่งอาคิตะเองก็ไม่น้อยหน้า มีการผสมโน่นนี่นั่นจนได้สายพันธุ์อาคิตะที่มีขนาดใหญ่กว่าปกติขึ้นมา ในตอนนั้นเองลักษณะเด่นๆอย่างหูตั้งกับหางม้วน อันเป็นลักษณะเด่นแบบพันธุ์สปิซ ก็เริ่มหดหายไป...

http://uc.exteenblog.com/satyros/images/DOGS/gin/akita03.jpg
หูตั้งกับหางม้วน

พอมาถึงปลายสมัยเมจิในปี1908 ทางญี่ปุ่นก็เริ่มมีการเล็งเห็นว่าการแข่งโดยใช้สัตว์ต่อสู้กันเป็นปัญหาทางสังคม จึงเริ่มมีคำสั่งห้ามแข่งสุนัข/แข่งวัว/ไก่ชน บวกกับเป็นยุคสมัยที่ผู้คนเริ่มให้ความสนใจกับสุนัขต่างประเทศ สำหรับสุนัขอาคิตะถือว่าเป็นยุคสมัยที่ย่ำแย่มากทีเดียว

เมือถึงสมัยไทโช เหล่านักวิชาการต่างก็ตระหนักถึงปัญหาและเริ่มมีแนวคิดอนุรักษ์สุนัขอาคิตะขึ้น ซึ่งก็ได้มีกฏหมายขึ้นมาอย่างจริงจังในปี1919 และกลุ่มอนุรักษ์สุนัขญี่ปุ่นก็ได้เริ่มเพาะพันธุ์สุนัขอาคิตะเพื่อให้กลับมาคงเอกลักษณ์เดิมอีกครั้งในปี1928 หลังจากที่ทำสำเร็จก็ได้แต่งตั้งให้สุนัขอาคิตะเป็นสัตว์สงวน นับเป็นสุนัขพันธุ์แรกของญี่ปุ่นที่ได้ชื่อว่าเป็นสัตว์สงวน

ต่อมาจากสถานการณ์สงครามจีน-ญี่ปุ่น มาจนถึงสงครามมหาสมุทรแปซิฟิก ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนอาหาร ผู้คนต่างก็ล้มตาย แน่นอนว่าส่งผลกระทบไปถึงสุนัขอาคิตะด้วย อีกทั้งยังมีโรคระบาดทำให้ล้มตายกันเป็นเบือ สำหรับสุนัขขนาดใหญ่อย่างอาคิตะย่อมต้องการสารอาหารมาก แต่ในสมัยนั้น หากใครให้อาหารแก่สุนัขก็ถึงกับถูกประนามว่าทรยศชาติกันเลยทีเดียว (เพื่อนมนุษย์ไม่มีจะกินยังจะไปให้อาหารหมาอีกอะไรทำนองนั้น) ซ้ำยังมีการนำหนังสุนัขมาทำเป็นเสื้อกันหนาวสำหรับเหล่าทหาร มีคำสั่งให้จับสุนัขทุกตัวที่นอกเหนือจากสุนัขทหารอย่างเยอรมันแชพเพิร์ด เพื่อหลีกเลี่ยงจากการถูกจับ จึงมีการจับอาคิตะไปผสมกับแชพเพิร์ด กลายเป็นว่าอาคิตะสายเลือดบริสุทธิ์มีเหลือน้อยลงทุกทีๆ แต่ก็โชคดีเมื่อสงครามจบสิ้นในปี 1945 ยังมีกลุ่มคนรักสุนัขคอยช่วยเหลือทำให้อาคิตะสายเลือดบริสุทธิ์เหลือรอดมาได้ แม้จะมีอยู่ไม่ถึง10ตัวก็ตาม

มาจะกล่าวบทไป ในช่วงปี1937 ก่อนหน้าสงครามมหาสมุทรแปซิฟิกนั้น แหม่มนาม เฮเลน เคเลอร์ ได้รับสุนัขอาคิตะเป็นของขวัญกลับไปเลี้ยงที่อเมริกา ชื่อว่า คามิคาเซ่โก และแต่สุดท้ายมันก็ตายด้วยโรคระบาด ถัดมาอีกสองปี เธอก็ได้รับพี่ชายของคามิคาเซ่ ชื่อ สึรุงิซังโก ไปเลี้ยงอีก

หลังจากสงครามจบสิ้น ข่าวสุนัขของเคเลอร์ก็แพร่หลายไปทั่ว สมัยนั้นทหารอเมริกาที่มาตั้งฐานทัพในญี่ปุ่นต่างถูกอกถูกใจสุนัขอาคิตะกันมาก จนเรียกได้ว่าเป็นยุคบูมของสุนัขอาคิตะเลยทีเดียว แม้แต่พันธุ์ผสมเองก็ยังมีราคาสูง และลูกผสมของอาคิตะกับแชพเพิร์ดก็เยอะเสียด้วย เมื่อเหล่าทหารอเมริกานำอาคิตะพันธุ์ผสมกับแชพเพิร์ดกลับประเทศไป ก็ไปแตกหน่อกลายเป็น "อเมริกัน อาคิตะ" ในปัจจุบัน  สรุปคือ อาคิตะญี่ปุ่นจะเป็นอาคิตะแท้ๆ ส่วนอาคิตะในอเมริกาจะเป็นลูกผสมระหว่างอาคิตะกับแชพเพิร์ดนั่นเอง

http://uc.exteenblog.com/satyros/images/DOGS/gin/americanakita.jpg

นี่คือ อเมริกัน อาคิตะ จ้ะ
เห็นมั้ยว่าหน้าไม่เหมือนญี่ปุ่น

ประทับใจสุนัขอาคิตะเพราะหน้ามัน ญี่ปุ๊น ญี่ปุ่นนี่แหละ เห็นแล้วขำอ่ะ โอ๊ย น่ารัก 55555

เครดิตข้อมูลและรูปทั้งหลาย จาก
http://ja.wikipedia.org
http://wikipedia.org
http://hachiko.jp/
  ดูหมาหน้าตี๋ได้ที่นี่ ฮา
http://www.petforums.co.uk

 

*****************************************************************

 

พันธุ์เกรทเดน

ที่เด่นๆในเรื่องก็ เบ็น และ เกรท
เบ็นนี่เด่นขนาดจะเป็นพระเอกได้เลยมั้ง

http://uc.exteenblog.com/satyros/images/DOGS/gin/ben.jpg
สมิธไม่เกี่ยวนะ!

 http://uc.exteenblog.com/satyros/images/DOGS/gin/ben2.jpg
ยักษ์ใหญ่ใจดี ^^ (ยิ้มด้วย!)

 http://uc.exteenblog.com/satyros/images/DOGS/gin/ben3.jpg
เบ็น เวอร์ชั่นอนิเม

 

เกรทเดน สุนัขพันธุ์ใหญ่ มีร่างกายใหญ่โต แต่กลับมีนิสัยสุภาพอ่อนโยน ได้ฉายาว่า "ยักษ์ใหญ่ใจดี" "สุนัขของเทพอพอลโล" บางทีก็ถูกเรียกว่าเยอรมัน มัสทีฟ เมื่อเทียบกับพันธุ์ไอริชวูลฟ์ฮาวด์ ถือว่าเกรทเดนเป็นสุนัขสายพันธุ์ที่มีร่างกายสูงใหญ่ที่สุด ในปี1965 สุนัขเกรทเดนในเมืองเพนซิลเวเนีย ถูกบันทึกไว้ในกินเนสบุ๊คว่าเป็นสุนัขที่ตัวสูงที่สุดในโลก*
* หากแต่ว่า หารูปไม่เจอค่ะ เราค้นข้อมูลก็เจอแต่น้องหมาเกรทเดนที่ชื่อกิ๊บสัน กับ ไททัน อ่านข้อมูลของทั้งสองตัวแล้วเศร้าพอกันเลยง่ะ T-T



http://uc.exteenblog.com/satyros/images/DOGS/gin/gandoprah.jpg
กิ๊บสัน สุนัขที่สูงที่สุดในโลก แต่ว่าเสียชีวิตไปแล้วเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาด้วยโรคมะเร็ง รวมอายุได้7ปีความสูงจากพื้นถึงไหล่107ซม. เมื่อยืนสองขาก็จะสูงเกิน213ซม. สถิตินี้ถูกบันทึกลงกินเนสบุ๊คเมื่อปี2004 แล้วกิ๊ปสันก็เลยกลายมาเป็นPR ให้กับบริษัทขายสนามหญ้าเทียมสำหรับสุนัขของอเมริกานามว่า forever lawn 
เมื่อเดือนเมษา2009 เนื้อร้ายได้ลามไปถึงกระดูกจนต้องตัดขาขวาหน้าทิ้ง และให้การรักษาด้วยคีโมมาเรื่อยๆ จนอาการดีขึ้น ทว่าเมื่อย่างเข้าเดือนกรฎาคม เจ้าของก็พบว่ามีอาการผิดปกติเกิดขึ้นที่เท้าหลังของกิ๊บสัน เมื่อให้แพทย์ตรวจดูจึงพบว่ามะเร็งได้ลามไปถึงขาหลังและกระดูกสันหลังเสียแล้ว เนื่องจากกิ๊บสันอายุมาก แพทย์และเจ้าของจึงตัดสินใจฉีดยาให้กิ๊ปสันไปอย่างสงบ ดีกว่าทนทรมานด้วยโรคมะเร็ง


http://uc.exteenblog.com/satyros/images/DOGS/gin/tallest-dog.jpg (ขายาวจริงๆ....)
ไททัน ผู้ชนะการแข่งขันเฟ้นหาสุนัขที่สูงที่สุดในโลก ซึ่งทางกินเนสบุ๊คเพิ่งบันทึกไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมานี้ ความสูงจากขาถึงไหล่ประมาณ 107 เซนติเมตร เจ้าของคือหญิงสาวนามไดอาน่า เทย์เลอร์ เมื่อตอนรับใบประกาศ เธอมีสีหน้าราวกับจะร้องไห้ ไม่ใช่แค่ดีใจที่ได้รับใบประกาศความเป็นที่สุดในโลกอย่างเดียว หากแต่เพราะไททันเป็นสุนัขพิการ หูหนวก และตาก็เกือบมองไม่เห็น แถมยังเป็นโรคลมชักอีกต่างหาก เทย์เลอร์รับไททันมาเลี้ยงจากมูลนิธิเมื่อ4ปีก่อน และคอยดูแลไททันเรื่อยมา เพราะฉะนั้นเธอจีงดีใจมากที่สุนัขพิการอย่างไททันสามารถทำให้ผู้คนรอบข้างรู้สึกปลาบปลื้มจากการที่ได้รับเกียรติยศในครั้งนี้ เธอวางแผนจัดงานเลี้ยงเร็วๆนี้ และไม่ลืมที่จะฉลองด้วยเค้กใส่กล้วยหอม ของโปรดของไททัน


เครดิตรูปและข้อมูลจาก
http://ja.wikipedia.org
http://gibsondog.com เวบออฟฟิเชียลของกิ๊บสันค่ะ
http://www.petoffice.co.jp
http://blog.hix05.com/blog/2009/11/-great-dane.html
http://www.freewebs.com/nagareboshigin/characters.htm

 

 

แค่สองพันธุ์ก็ยาวขนาดนี้ซะแล้ว
คราวหน้าค่อยมาต่อละกันนะคะ แม้่ไม่มีคนตามอ่านอิฉันก็จะอัพอยู่ดีค่ะ เพราะความเสี้ยนส่วนตัว 555
โดยเฉพาะสุนัขคาอิ คิชู โทสะ ยังไงก็ต้องอัำพแน่ๆค่ะ เพราะชอบสามเสือพี่น้อง และสุนัขนินจาอิงะ แล้วก็สนใจโทสะอยู่ไม่น้อย

ปล. ผิดพลาดประการใดขออภัยมา ณ ที่นี้ค่ะ

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

โฮรกกก!!

*กร๊ากกกกกกก

เจ้าตัวแรกหน้าอย่างฮา *กร๊ากก **กุมท้อง..

อา..ฮาจริงๆค่ะ = = b ตามันแบบตี่ๆอ่ะ !

ฮาา..*ออกจากบล็อคไปพร้อมรอยยิ้ม

#1 By meejang on 2009-12-18 23:27

พึ่งเคยเห็นหน้าอาคิตะญี่ปุ่นเนี่ย
หน้าแบนมากกกก

รออ่านภาคต่อนะครับ ' ' b

#2 By gabbah on 2009-12-18 23:44

อาคิตะน่ารักมากๆ หน้าญี่ปุ่นดีเนอะ Hot!

เกรทเดนตัวใหญ่มากกกกก

#3 By hobbyburn on 2009-12-18 23:51

ชอบหมาอาคิตะจริงจังค่ะ หน้ามันบื๊อบื้อ ชอบ~~~XD
(ชิบะหน้าแบ๊วก็ชอบ สรุปชอบหมด ฮา)

ิคิดถึงเรื่องนี้จัง มีสนพ.ไหนทำมาขายอีกมั้ยนะ

cry

#4 By -shinya- on 2009-12-18 23:58

หูตั้ง หางม้วน!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!


/สลบ

#5 By lumin on 2009-12-19 02:06

ถึงได้ว่าทำไมดิสเพลย์ทรายถึงเป็นรูปนี้เพราะงี้นิเอง55

การ์ตุนเรื่องไรเนี้ย เกิดไม่ทันดูเลย
ช่อง7ตอนเช้าๆ6.30ป่าวน่า ฉาย3-4รอบแหละ555


ปล.เห็นหน้าพันธ์อาคิตะตัวจริงนี้หน้าวงสัย+งอนมักมายๆ

#6 By ฿฿- Try -฿฿ on 2009-12-19 02:50

ชอบอาคิตะค่ะ น่ารักมาก หน้าดูกลม ๆ ตาตี่ ๆ ยิ้มแล้วคงน่ารักน่าดู~
ข้อมูลแน่นมากค่ะ!!!

#7 By 「AKARI*」 : Interviewer on 2009-12-19 09:31

Good jobdouble wink
ข้อมูลน้องหมาเพียบ
เราชอบพันธ์อาคิตะคะ เราว่ามันน่ารักเหมือนบางแก้วที่บ้านดี(ความพยายามของเจ้านายที่ดูให้เหมือนcry)
ไว้เอาตัวอื่นๆมาแนะนำอีกนะ

#8 By 鶴-Tsuru on 2009-12-19 09:58

ไททัน ขาย๊าวยาว
sad smile

#9 By 섹시한 . ♡ on 2009-12-19 10:13

เมมเพิ่งจะดูอนิเมชั่นใหม่อีกรอบเอง - -

แต่เมมไม่ได้อ่านอ่ะ - -

การ์ตูนแบบนี้ต้องอนิเมชั่นเท่านั้นครับ
(สำหรับผมอ่ะนะ)

#10 By เมมซิส on 2009-12-19 13:39

เขี้ยวเงินการ์ตูนในดวงใจเหมือนกันค่ะ
หมาอะไรไม่รู้น่ารัก เท่ห์มากๆเลย
เเต่เราเคยดูแต่เวอร์ชั่นอนิเมนะคะ มันส์สุดๆ
double wink

#11 By amchan on 2009-12-19 14:29

ยังไม่เคยอ่านภาคสองเลยค่ะ
เรื่องนี้เคยดูเป็นอนิเมเหมือนกัน
(กระทู้ดักแก่นี่หว่า)

ประทับใจตอนแรกๆเลยอ่ะ
ที่คน กะหมาไปติดในถ้ำอ่ะค่ะ แล้วคนก็ยัดมือตัวเองให้หมากิน อิอิ

ทำไมการ์ตูนเด๋วนี้มันไม่เข้มข้นเหมือนแต่ก่อนก็มะรู้เนอะ
big smile

#12 By jomkwan on 2009-12-19 17:19

เรื่องนี้..ได้ยินอยู่บ่อยๆ แต่ไม่เคยดู
หูตั้งหางม้วน (+ตาตี่)..โมเอ้ เห็นแล้วอยากกอดเลยค่ะ >w<~!

ปล. "ยักษ์ใหญ่ใจดี" ยิ้มน่ารักมากมาย

#13 By MiHayashi ~* on 2009-12-19 18:55

อย่าลืมข้อมูลหมีหลังแดงด้วยนะHot!

#14 By ทากน้อย on 2009-12-19 23:13

เขาว่ากันว่า หมาชาติไหนก็หน้าเหมือนคนชาตินั้น

(ว่าแต่พุดเดิ้ลนี่ชาติไหน)open-mounthed smile

อยากไปหาอ่านอีกจัง

#15 By ffr -_- on 2010-02-20 00:43

พันธุ์...Akitaเนี่ย...
โตแล้วยังโมเอะนะคะ...

ออกๆโชตะด้วยเนอะ...
คุณพ่อดูเท่แต่ก็แอบแบ๊วนะนั่น
แหะๆ
แต่ตอนเด็กๆติดมากๆอยากเลี้ยงหมา
แต่.......

แพ้ขนหมา
มารู้ว่าแพ้ตอนมัธยม โฮ...

อ่ะ...
Sy-sanคะ
เรื่องมีหมาหล่อๆรวยๆด้วยสินะคะ
พันธุ์อะไรหว่า...
ที่แสกกลางน่ะค่ะ ลืมแหล่ว...



แปะตัวนั้นด้วยสิคะsurprised smile
ถ้าจะคุยเรื่องแบบนี้เชิญที่บล็อกผมได้เลยครับ ยินดีต้อนรับ
พวกมังงะ 80 มาเนียเหมือนกัน
ดูเรื่องนี้เล่นเอาผมกลัวหมีไปเลย ทำไมมันน่ากลัวจังวุ้ย
ลืมบอก ส่วนตัวผมชอบจอห์นกับสไนเปอร์ (โดเบอร์แมน)
เคยอยากเห็นฉากที่ 2 ตัวนี้สู้กัน เพราะน่าจะสูสี แต่มีแค่ฉากเดียวผลัดกันวิ่งชนคนละที
แล้วจบ แต่ถ้าเรื่องนิสัย ผมชอบอากาเมะที่สุด สุขุม วางแผน แถมเป็นนินจาอีก
อ้าว!?!  เกรทนี่เป็นเกรทเดนหรอเนี่ย เพิ่งรู้นะครับเนี่ย เพราะบทน้อยเหลือเกิน
แถมเทียบกับเบนแล้วถือว่าตัวเล็กด้วย ตอนหลังหายไปเลย ทั้งทีมันเป็นหัวหน้ากลุ่มด้วย จนผมนึกว่ามันแอบไปตายตอนไหน แล้วไม่ได้อ่านรึเปล่า

#20 By หญิง (27.145.16.217|27.145.16.217) on 2014-01-23 20:27

ชอบมากจ้า

#21 By (171.96.181.102|171.96.181.102) on 2014-11-16 18:36