คั่นรายการด้วย... Blog-Tag
posted on 06 Jan 2007 02:52 by satyros in TAGก่อนอื่นต้องขอบคุณทุกคนที่ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามในเอนทรี่ที่แล้วมากนะคะ ขอบคุณมากค่ะ m(_ _)m
ยังคงรับความคิดเห็นอยู่นะคะ ใครที่หลงเข้ามาก็รบกวนด้วยนะคะ >/\< ที่นี่
คราวนี้ที่อัพบล็อกเพราะ.......โดน tag ....
Blog-Tag ก็คือการให้นักเขียนบล็อกเขียนสิ่งที่ไม่ค่อยมีใครรู้เกี่ยวกับตัวเอง 5 ข้อ
แล้วโยน tag ให้คนอื่นอีก 5 คนเขียนต่อ
(อ้างอิงจากบล็อกพี่ด้วง จู่ๆก็มาtagเค้า)
เรื่องของตัวเองที่คนอื่นไม่ค่อยรู้.........
เรื่องอะไรดีล่ะ นึกไม่ค่อยออก.......
ใครที่รู้อะไรบ้างแล้วก็อย่าว่ากันนะคะ ฮะๆ
-----------------------------------------------------------------------------------------
1.ปัจจุบันนี้เรียนอยู่ที่ ม.หอการค้าไทย คณะมนุษยศาสตร์ สาขาวิชาภาษาญี่ปุ่น ชั้นปี4 ปีสุดท้ายแล้ว เย้
ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดก็น่าจะได้เกียรตินิยมอันดับ1 ค่ะ (เกรดเฉลี่ยตอนนี้ประมาณ 3.95)
แต่ก่อนหน้าที่จะเข้ามหาลัย เราค่อนข้างเป็นเด็กเกเรค่ะ ไม่สนใจเรียนหนังสือเลยล่ะ ตอนม.ปลายเอาแต่เล่น เล่น แล้วก็เล่น เวลาครูสั่งการบ้านเหรอ ไม่ทำค่ะ วันรุ่งขึ้นมา ลอกเพื่อนเอา ตอนสอบ ก็ลอกเพื่อนกระจาย ไม่เคยเลยที่จะสนใจเรียน เชื่อไหมว่าตอนเอนท์ก็เอนท์แบบล่องลอยมาก ไม่มีเป้าหมายในชีวิตเลย เลือกคณะอะไรไปบ้างยังจำไม่ได้ พอผลเอนท์ออก แน่นอนว่าไม่ติดค่ะ ในขณะที่เพื่อนเราเอนท์ติดกันเกือบหมด มันถึงเพิ่งจะมาสำนึกค่ะ สงสารพ่อแม่ด้วย ก็เลยคิดว่าจะพยายามดูสักตั้ง
ซึ่งในตอนแรก ไม่รู้ค่ะว่าจะเรียนอะไรดี แม่เห็นว่าเราชอบวาดรูป ก็เลยบอกว่าไปเรียนคณะศิลปกรรม ม.กรุงเทพละกัน ก็โอเค ไปค่ะ การเรียนในม.กรุงเทพช่วงแรกๆก็สนุกดี แต่หลังๆก็รู้สึกว่า มันไม่ใช่ตัวเองน่ะ ชอบวาดรูปน่ะใช่ แต่พอเรียนพวก 2D 3D แล้ว รู้สึกว่ามันไม่ใช่ตัวเอง เราศิลป์ไม่พอ ชอบทำเป็นงานอดิเรกมากกว่า คะแนนวิชาศิลปะของเราต่ำต้อยมากเลยค่ะเพราะไอเดียไม่มี เรียนแล้วกดดันมาก ในขณะที่วิชาที่ต้องวิเคราะห์ หรือท่องจำอย่างประวัติศาสตร์ศิลป์ ที่เด็กศิลป์จะตกกันกระจาย แต่เรากลับได้ท็อป ^^; มันก็เลยทำให้เรารู้ว่า ที่จริงแล้วเราเหมาะกับอะไรกันแน่ ก็เลยออกมาเข้าม.หอการค้าไทย เรียนญี่ปุ่นค่ะ อยากเรียนมาก ตอนอยู่ม.ปลายพ่อไม่ให้เรียน เพราะเห็นว่ามันไม่จำเป็น แต่เราก็ยืนกรานจะเรียนให้ได้ และก็เอาเกรดมาเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าเราทำได้จริงๆ ที่ทุกวันนี้พยายามเรียนให้ได้ดีก็เพราะแบบนี้ล่ะค่ะ...
ถามว่าเสียดายเวลาไหม ก็ขอตอบว่าไม่เลย มันทำให้เราได้ประสบการณ์ในการเรียนรู้ด้วยซ้ำ ถ้าเราไม่ผ่านตรงนี้มา มันอาจจะไม่มีตัวเราในวันนี้ก็ได้นะ :)
2.เคยเป็นทอมค่ะ เชื่อไหม 5555
เมื่อก่อนเคยอยู่โรงเรียนหญิงล้วนน่ะค่ะ อืมม จะว่าเป็นทอมก็ไม่เชิง เพราะไม่ได้มีแฟนเป็นผู้หญิง แต่จะชอบแต่งตัวแนวห้าวๆ แมนๆ ไว้ผมสั้น ไร้ซึ่งความเป็นกุลสตรี และไม่สนบุรุษเพศเลย ในทางกลับกัน สนแต่สตรีเพศ ก๊าก แบบว่าเวลาเจอผู้หญิงน่ารักๆ ก็จะชอบ อยากเป็นเพื่อนด้วยอะไรแบบนั้น แม้แต่เจอผู้หญิงเท่ๆ ก็ยังแอบปลื้มเลย (เอ๊ะ สรุปว่าไม่ใช่ทอมแล้ว นี่มันไบ) แต่พอเข้ามหาลัย มันก็เปลี่ยนๆไปได้เองค่ะ อีกอย่างคือแม่ทนไม่ได้ที่เห็นลูกสาวทำตัวเยี่ยงนี้ เลยเอาเสื้อแนวๆผู้ชายของเราไปซ่อนหมดเลยค่ะ แล้วหาเสื้อที่มันดูเป็นผู้หญิงมาให้ใส่แทน แถมยังจับปรับแต่งโน่นแต่งนี่ สุดท้ายก็...เป็นอย่างที่ทุกคนเห็นล่ะค่ะ กลับสู่เพศที่แท้จริง (เหรอ?) :P
หมายเหตุ - แต่ไม่ได้นิยมการ์ตูนยูรินะ เพราะการที่เห็นหญิงสาวจ๋า2คนมาอะไรยังงั้น(?)นี่มันรับไม่ได้อ่ะ ถ้าแมนคนนึง แล้วน่ารักๆคนนึง ยังจะพอรับได้มากกว่าอีก (สรุปก็รับไม่ค่อยได้อยู่ดี ) แต่ที่ชอบยาโอยนี่เพราะเนื้อเรื่องส่วนมากมันกินใจค่ะ >.< แต่ก็บางเรื่องนะ ไม่ใช่ทั้งหมด ที่จริงแล้วเราชอบคู่ปกติมากกว่าอีก ถ้านางเอกไม่งี่เง่าซะจนพาลทำให้อยากเปลี่ยนไปหาคู่วายให้พระเอกล่ะก็..
3.เคยอกหักรักคุดขนาดที่ว่า ขาดเขาไปแล้วชั้นจะทำยังไง
นะ...ครั้งหนึ่งในชีวิตค่ะ
เคยสนิทกับอีกฝ่ายมาก แล้วรักมากด้วย แต่เค้าว่ากันว่ารักแรกมักไม่สมหวังค่ะ แห้วแดรกสิคะท่านผู้ชม ก็ขาดการติดต่อกันไปพักหนึ่ง แต่สุดท้ายหัวใจมันเรียกร้องค่ะ ก็เลยกลับไปหาเขา ช่วงนั้นเหมือนคนบ้าเลยค่ะ ขอแค่ได้อยู่ใกล้ๆก็พอไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว มายังกะนางเอกผู้แสนดีเนอะ แต่จริงๆแล้วอีนี่มันมารร้ายค่ะ โอ๊ย ไม่ได้แสนดีขนาดที่ว่าถึงเธอจะมีแฟนแล้วฉันก็ยอมเป็นรองได้ค่ะ โดยปกติแล้วไม่มีผู้หญิงคนไหนเป็นรองใครได้หรอก แน่นอนว่าเราก็ทนไม่ได้ และไม่อยากเป็นคนที่น่าสมเพชอีกต่อไป เพราะฝ่ายชายบอกเลยว่า ไม่อยากคุยกับเราเพราะกลัวแฟนเขาหึง อีกทั้งยังไม่อยากทำดีกับเราเพราะเดี๋ยวจะเป็นการให้ความหวัง กลัวเราตัดใจจากเขาไม่ได้ ใครว่าไม่ได้คะ คนอย่างฉันรักใครรักจริง แต่ถ้ามีเหตุมาทำให้เกลียดล่ะก็ แรงนะจะบอกให้ สุดท้ายอิฉันก็เลยตัดค่ะ ตัดใจ ตัดเขาออกจากวงโคจรชีวิตแบบไม่ต้องพบเจอกันเลยคงจะดีที่สุดสำหรับแฟนเขาและตัวเราแล้ว นั่งร้องไห้ (นอนร้องด้วยก็ได้) มาตลอด เกือบ3ปีแน่ะ (บอกแล้วว่าถ้ารักก็รักมากอ่ะ) สุดท้ายตอนนี้ก็ทำใจได้ พอนึกๆดูแล้ว ก็ตลกดีที่ตัวเองเป็นเอามากขนาดนั้น...
ถ้าถามว่าอยากกลับไปเป็นเพื่อนกับเขาไหม ก็อยากกลับไปเป็นเพื่อนนะคะ เพราะตอนนี้ก็ไม่ได้คิดอะไรกับเขาแล้ว แต่คงยากล่ะ เพราะตัดรอนซะขนาดนั้น อีกอย่างไม่อยากให้แฟนเขาคิดมากด้วย ก็เป็นแบบนี้ล่ะดีแล้ว
เห็นแบบนี้แต่เราก็อาภัพรักพอสมควรเลยนะคะ ฮือ ชอบใครมักไม่สมหวังหรอก ทำใจละ
4.เคยหนักถึง 57กก.มาแล้ว ทั้งๆที่สูงแค่ 158ซม. (+__+''
เพราะว่าตอนเด็กๆผอมมากค่ะ แห้ง แถมยังขี้โรค เลยอยากอ้วนบ้าง พอขึ้นม.ต้นอ่ะ กินแหลกเลย เอ็นจอยกับการกินมากไปหน่อย รู้ตัวอีกทีก็ 57กก.แล้ว เฮือก...... เลยต้องทำการลดน้ำหนักขนานใหญ่ แต่ค่อยๆลดนะคะเพราะยังคงเอ็นจอยกับการกินอยู่ (ฮา) เปลี่ยนการกิน เน้นผักให้มากขึ้น กินเนื้อให้น้อยลง จนมาเข้ามหาลัย น้ำหนักก็ลดลงเรื่อยๆ บวกกับเป็นโรคกระเพาะด้วย กินได้น้อยลง ตอนนี้หนัก 50 แล้วล่ะค่ะ *-*
5.สเป็คผู้ชายที่ชอบ (เริ่มตัน คิดอะไรไม่ออกแล้ว เอานี่ละกัน - -;)
- ท้วมๆ หรือ ไม่ผอมมากไป
- ผิวคล้ำๆ
- สูงกว่าเรา สูงประมาณ 170 ขึ้นไป
- ใจดี มีอารมณ์ขัน
- อยู่ด้วยแล้วสบายใจ เข้ากันได้
- อายุมากกว่า
เคยวางสเป็คไว้แบบนี้ค่ะ...............ใช่ค่ะ "เคย"
เพราะเอาเข้าจริงๆ มันหลุดสเป็คไปเกือบหมดเลย !! =[]='' คงเหลือไว้แค่ความสูงละมั้ง... ฮะฮะฮะ เอาเถอะ ถ้าถูกใจแล้ว สเป็คไม่เกี่ยว มันอยู่ที่ความรู้สึกน่า =w=)b
ไอ้อาการ "รักแรกพบ" จะไม่เกิดขึ้นกับเราค่ะ เพราะเราจะชอบคนจากการที่ได้รู้จักกันแล้ว สนิทกันแล้วมากกว่า *-*
-----------------------------------------------------------------------------------------
จบแล้ว
tag ต่อละนะ - -+
Kuro พี่ชายของเรา จะไม่โดนได้ไง หึๆ
Harucino หลานเขย จงโดนซะดีๆ
Yuzuha เพราะโดนเราลวนลามบ่อยๆ (เกี่ยว?) :P
Piggy โทษฐานที่เป็น1ในขบวนการ เกรียนฮันเตอร์
Koalanui โทษฐานที่เป็น1ในขบวนการ เกรียนฮันเตอร์ (อ๊ะ ข้อหาเดียวกัน)
(ว่าจะโยนต่อให้สารหนู แต่ท่าทางบล็อกสารหนูจะร้างไร้การอัพเดทจากนี้และตลอดไป ก็เลยไม่โยนละกัน ^^')
ตามสะดวกนะคะ เล่นก็ได้ ไม่เล่นก็ได้เน้อ
ขอบคุณที่มาเป็นเหยื่อของเราค่ะ (อ้าว มัดมือชกนี่หว่า)





