★ Kingdom Hearts II Short Stories Vol.2 ~Axel -Seven Days
posted on 15 Jul 2008 00:13 by satyros in Review
เอนทรี่นี้จะขอพร่ำพรรณาถึงนิยายคิงด้อมฮาร์ทค่ะ...
Kingdom Hearts II Short Stories Vol.2 ~Axel -Seven Days
อ่านจบแล้วค่ะ... เป็นนิยายภาษาญี่ปุ่นเืรื่องแรกที่อ่านจบ
แรกเริ่มเดิมทีเราไม่ค่อยถนัดอ่านนิยายเลยค่ะ จะว่าไงดี
เวลาเห็นตัวอักษรติดกันเป็นพรืดแล้วมันเกิดอาการขี้เกียจอย่างบอกไม่ถูก
แถมนิยายเรื่องแรกที่คิดจะเอามาอ่านก็ดันเป็นนิยาย12อาณาจักรซึ่งยากนรกค่ะ
เปิดมาเจอแต่คันจิ คันจิ คันจิ น็อคค่ะ
เลยกะว่าจะไปสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตให้ดีกว่านี้ก่อนแล้วค่อยมาอาจหาญอ่านนิยายค่ะ
แต่พอได้เจอกับนิยายคิงด้อมฮาร์ทปกนี้้ ก็ตัดสินใจซื้อทันทีค่ะ
ไม่คิดหน้าคิดหลังอะไรแล้ว อ่านไม่ออกก็จะพยายามอ่านให้ออกล่ะ!!
จนพอได้เล่มนี้มาอยู่ในมือ ลองเปิดอ่าน ก็พบว่า อ่านง่ายมากค่ะ!!
ภาษาที่ใช้ไม่ได้หรูอะไำร บรรยายอย่างตรงไปตรงมา คันจิก็มีเยอะ
แต่ไม่ค่อยยากเท่าไหร่ บางตัวไม่ต้องเปิดดิคก็เดาได้ค่ะ
ค่อยมีกำลังใจอ่านขึ้นมาหน่อย แล้วก็ค่อยๆอ่านมาเรื่อยๆจนจบ
SPOIL
ALERT
เราจะเล่าเรื่องโดยคร่าวๆนะคะ ถ้าต้องการอ่านเองก็กดปิดเอนทรี่นี้ได้เลยค่ะ
ถ้าพร้อมแล้วก็เชิญค่ะ
สำหรับ Kingdom Hearts II Short Stories Vol.2 ~Axel -Seven Days นี่ ก็จะเป็นรวมเรื่องสั้นตามชื่อเลยค่ะ มีทั้งหมด6เรื่อง ซึ่งได้แก่
1.Let's go to the sea
ก็ตามชื่อเลย ตามในเกมเป๊ะเลยด้วย พวกร็อคซัสจะไปทะเลกันก็เลยทำงานพิเศษค่ะ
ตรงนี้จะมีเสริมด้วยว่าใครทำงานพิเศษอะไร โอเล็ตจะส่งจดหมาย
พินซ์จะแบกสัมภาระขึ้นเนิน ส่วนร็อคซัสกับไฮเน่จะแข่งกันแปะโปสเตอร์ค่ะ น่ารักมาก
><
2.The Nightmare before Christmas
อันนี้็ก็ตามในเกมเป๊ะๆ เวิลด์ของแจ็คน่ะค่ะ ขอข้ามละกัน
3.Pride Land
อ่านไปก็แทบหลับ เพราะดำเนินเืรื่องตามในเกมเป๊ะๆเลย ไม่ค่อยมีอะไรแปลกใหม่
ถึงจะจำอีเวนท์ในเกมไม่ค่อยได้ก็เถอะแต่ก็รู้เรื่องหมดแล้วอ้ะ
4.Phantom Storm
เรื่องราวในกุมิชิปค่ะ เมื่อกุมิชิปโดนเรือฮาร์ทเลสโจมตีั
โดนัลด์กับโซระแย่งกันบังคับเรือ น่ารักดี
พบด่านนี้ในเกมได้ขณะวาร์ปไปยังโอลิมปัสโคลอสเซียมค่ัะ
5.Last Minute to The Castle of Oblivion
นี่คือเรื่องที่อยากจะพูดถึงอันดับ2ค่ะ!
เรื่องนี้จะกล่าวถึงช่วงที่ลาร์คซีนเพิ่งเข้ามาเป็นสมาชิกจูซังสดๆร้อนๆ
ทุกคนจะมองว่าเธอเป็นผู้หญิงที่แกร่ง
นิสัยของเธอจะออกแนวคุณหนูเอาแต่ใจนิดๆค่ะแต่น่ารักนะ
แถมพ่วงด้วยกิจกรรมยามว่างของแต่ละคน แล้วอยากบอกว่า
พฤติกรรมของสมาชิกจูซังบางคนมันชวนจิ้นวายเสียเหลือเกินค่ะ!!!!
-ตัวอย่างเช่นตอนที่ซิกบาร์มาคุยกับแซคซีออน มันก็เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นค่ะ
แซคซีออนรู้สึกรำคาญซิกบาร์ที่เอาแต่พูดไปเรื่อยๆไม่หยุด
เขาจึงก้าวเดินออกไปทั้งๆที่ยังหันหลังให้ซิกบาร์อยู่แบบนั้น "นายนี่วางท่าจริงนะ
หัดคุยเรื่องสนุกๆบ้างสิ" ซิกบาร์ตามแซคซิออนไป และเอาแขนพาดบนบ่าของเขา พร้อมกับกระซิบข้างหูว่า "อย่างเช่นความลับของเซมนัสเป็นไง" แซคซิออนทำหน้ากระอักกระอ่วน แต่ก็ไม่ได้ปัดมือของซิกบาร์ออกแต่อย่างใด
คำพูดนี้ของซิกบาร์ทำให้ไหล่ของแซคซิิออนสั่นไหวเล็กน้อย
หรือแม้แต่ซาอิกส์กับแอคเซลยังมีกระซิบข้างหูกันเลยค่ะ เหวอออ
แต่ไม่ร้อนแรง(?)เท่าคู่ข้างบน
-แอคเซลชอบเล่นไพ่กับลุคซอร์ดค่ะ แล้วก็แพ้ประจำ ท่าทางตอนแพ้นี่น่ารักมาก
เอามือกุมหัวแล้วบอกว่า "เดี๋ยวเซ่---" แต่หลังๆนี่แอคเซลก็มีกิจกรรมใหม่ค่ะ
นั่นคือกินไอติมที่หอนาฬิกาในทไวไลท์ทาวน์ เขาว่ามันรีแล็กซ์ดี
-คนที่ส่องกระจกบ่อยโคตรๆ คือดีมิกซ์ค่ะ ...
เห็นว่าไม่มีความทรงจำตอนเป็นมนุษย์นะแต่เขารู้สึกได้ว่าตอนเป็นมนุษย์เขาชอบทำทรงผมแบบนี้
ก็เลยมักจะส่องกระจกเพื่อจัดทรงผมอยู่บ่อยๆ
-ส่วนลาร์คซีน ไปได้ดีกับมาร์ลูเซียค่ะ เนื่องจากว่าทั้งคู่รู้สึก"เบื่อ"เหมือนกัน
อยู่ข้างนอกมันเบื่อ เลยมาเข้าจูซัง
แต่ปรากฏว่าในปราสาทกับโลกภายนอกก็น่าเบื่อพอๆกัน
เพราะยังไม่มีงานอะไรให้ทำเนื่องจากต้องรอเวลา
เมื่อคนขี้เบื่อมาเจอกันก็เลยถูกคอกันค่ะ ในนิยายบอกไว้ว่า
มาร์ลูเซียรับรู้ถึงความรู้สึกพึงพอใจที่มีโนบอดี้ความคิดเหมือนตัวเองอยู่
(เนื่องจากเป็นโนบอดี้ไม่มีหัวใจและความรู้สึก
ในนิยายเลยจะเลี่ยงการใช้คำแสดงอารมณ์อย่างตรงไปตรงมาค่ะ จะใช้คำแนวๆ รู้สึกว่า
รับรู้ว่า อะไรทำนองนี้มากกว่า แต่ก็แปลว่ามาร์ลูเซียถูกใจลาร์คซีนสินะ)
แถมตอนจบของฉากนี้ ทั้งคู่ยังเดินเคียงข้างกันอีกค่ะ อ.อามาโนะ ชิโร่
วาดมาร์ลูเซียหล่อมาก XD
4.Axel - Seven Days
เรื่องที่อยากจะพูดถึงอันดับ1!!!
7วันของแอคเซลค่ะ
วันที่1ของแอคเซลจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ร็อคซัสจากไปเป็นวันที่3
แอคเซลจ๋อยเป็นหมาหงอยเลยทีเดียว แล้วทางเบื้องบนก็เรียกประชุม
โดยบอกว่ารู้ที่อยู่ของร็อคซัสแล้ว คือที่ทไวไลท์ทาวน์
และออกคำสั่งให้แอคเซลพาร็อคซัสกลับมา
ตอนแีรกแอคเซลเถียงใหญ่เลยค่ะว่าจะอยู่ที่ทไวไลท์ทาวน์ได้ยังไงก็เขาหาจนทั่วแล้ว
(โฮ่...) แต่ซาอิกส์ที่ทำการค้นคว้าอยู่ก็ได้ชี้แจงว่า
นั่นไม่ใช่ทไวไลท์ทาวน์แต่เป็นเพียงโลกที่ถูกสร้างขึ้นมาแล้วจำลองให้เหมือนทไวไลท์ทาวน์เท่านั้น
ซึ่งซาอิกส์จะเป็นคนทำการวิจัยและหาทางที่จะส่งแอคเซลไปยังที่ที่ร็อคซัสอยู่ให้ได้
เหตุที่ใช้แอคเซลเพราะ
"แอคเซลเป็นคนที่ร็อคซัสน่าจะมีความทรงจำหลงเหลืออยู่มากที่สุด"
ตอนแรกซาอิกส์จะส่งดัสก์
(โนบอดี้ขาวๆที่ไล่ล่าร็อคซัสในตอนแรก)ไปฉุดร็อคซัสกลับมาก่อน
ทำให้แอคเซลเคืองแล้วบอกว่า เขาจะไปเอง แต่เนื่องจากโปรแกรมยังไม่สมบูรณ์
ซาอิกส์ไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะอยู่ได้นานเท่าไหร่และจะกลับมาได้หรือไม่
แต่แอคเซลก็ยังยืนยันที่จะไปค่ะ (พลังรักนำพา) จนซาอิกส์ยอมส่งแอคเซลไปในที่สุด
เมื่อไปถึงแล้ว แอคเซลก็ได้พบกับกลุ่มเด็ก4คน 1ในนั้นคือร็อคซัส
แต่ยังไม่ทันจะเอ่ยปากเรียกชื่อร็อคซัสให้จบ เขาก็ถูกดึงตัวกลับมาเสียก่อนค่ะ
อ่านถึงตรงนี้แล้วแบบ
ได้อารมณ์พระเอกถูกขัดขวางไม่ให้พบกับนางเอกอย่างแรงอ้ะ !!!
วันที่2
แอคเซลรอให้ซาอิกส์หาทางทำให้แอคเซลอยู่ที่โลกนั้นได้นา่นขึ้นค่ะ
วันนี้แอคเซลก็จะัฟุ้งซ่าน(?) คิดถึงร็อคซัสค่ะ
ภาพที่เขาเห็นร็อคซัสอยู่กับเพื่อนๆที่ทไวไลท์ทาวน์
ดูไม่เหมือนร็อคซัสคนเดิมที่เขารู้จักเลย
มันเหมือนกับถูกอินพุทลักษณะนิสัยของโซระเข้าไปแทนยังไงยังงั้นแหละ
แล้วแอคเซลก็จะแอบไปกินไอติมที่ทไวไลท์ทาวน์(จริง)คนเดียว แล้วก็คิดว่า
ทั้งๆที่เป็นยามเย็นเหมือนทุกครั้ง แต่กลับมีอะไรแปลกไป
เป็นเพราะร็อคซัสไม่อยู่เคียงข้างเขาอีกต่อไปแล้วหรือเปล่านะ.....
วันที่3 แอคเซลก็ได้จ๊ะเอ๋กับนามิเนะที่แอบมองร็อคซัสอยู่บนหลังคาบ้านในเมือง
แน่นอนว่าแอคเซลก็แอบมอง! นามิเนะได้บอกแค่ว่า
"ร็อคซัสมีตัวตนอยู่ต่อไปไม่ได้ เขาต้องกลับไปหาโซระ เขากลับไปกับคุณไม่ไ้ด้หรอก"
เท่านั้นแหละ แอคเซลพูดทันที "ใครจะไปเชื่ือเรื่องพรรค์นั้นกัน"
แถมยังพูดด้วยสีหน้าที่เศร้าหมองด้วย "กระทั่งคุณเอง
สักวันก็อาจจะต้องหายไปเหมือนกัน" แต่แอคเซลไม่แคร์ค่ะ!
แอคเซลมองไปยังร็อคซัสที่วิ่งอยู่บนถนนเบื้องล่าง "ฉันจะพิสูจน์ด้วยตาตัวเอง"แอคเซลพึมพำและมีรอยยิ้มเล็กๆปรากฏบนหน้าของเขา
แบบว่าแต่ละประโยคแต่ละคำบรรยายเนี่ย
มันสื่อถึงความรู้สึกของแอคเซลที่มีต่อร็อคซัสได้สุดยอดจริงๆค่ะ!!
วันที่4 แอคเซลปรากฏตัวต่อหน้าร็อคซัสครั้งแรก ที่ลานประลองสตรัคเกิ้ล ที่จริงแอคเซลไม่ได้อยากสู้เลย แต่ซาอิกส์แนะนำมาว่า ไม่ว่ายังไงก็ต้องพาร็อคซัสกลับมาให้ได้ไม่ว่าจะต้องฉุดกระชากลากถูยังไงก็ตาม เรื่องอธิบายหรืออะไรให้เอาไว้ทัหลัง เพราะเวลามีน้อย แถมถ้าอีกฝ่ายไหวตัวทันว่าจูซังบุกมาุถึงนี่ำได้ก็จะแย่เอา เพื่อเป็นการตัดปัญหา แอคเซลเลยจะดักตีหัวร็อคซัสแล้วลากกลับค่ะ(?) แต่เมื่อแอคเซลเห็นท่าทีของร็อคซัสที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลยแถมไม่คิดจะสู้(เพราะกำลังงง) ก็เลยเลือกที่จะไม่โจมตี แต่กลับเลือกที่จะพูดคุยกับร็อคซัสแทน ทว่า ดังที่เรารู้ๆกันค่ะว่าดิสจะโผล่มา ทำให้ร็อคซัสสับสน สุดท้ายร็อคซัสก็ได้ตะโกนเรียกชื่อ ไฮเน่ พินซ์ โอเล็ตออกมา ...แอคเซลสะอึกเลยค่ะ ร็อคซัสกำลังเรียกชื่อคนอื่น... ชื่อคนอื่นที่เป็นเพื่อนคนสำคัญของเขา แต่กลับไม่มีชื่อของแอคเซล ร็อคซัสไม่ได้เรียกชื่อของฉัน... ด้วยแรงช็อคทำให้แอคเซลยอมถอนตัวออกมาแต่โดยดีค่ะ พอกลับมาถึงปราสาทจูซัง แอคเซลกระแทกตัวกับกำแพงหินเต็มแรงค่ะ แถมยังเอาหัวโขกกำแพงอีก เหมือนกับจะทำร้ายตัวเองเพื่อให้ลืมความเจ็บปวดที่ร็อคซัสจำตัวเองไม่ได้ แล้วหลังจากนั้นแอคเซลก็เข้าไปรายงานซาอิกส์เรื่องดิส
วันที่5 ท่าทางจะยังช็อคไม่หาย เรื่องที่ร็อคซัสเรียกชื่อคนอื่นแต่ไม่ได้เรียกชื่อตัวเอง ยังคงเก็บเอามาคิดค่ะ อะไรมันจะขนาดนี้เจ้าหมาน้อย วันนี้เองเป็นวันที่แอคเซลได้รับคำสั่งให้ไปกำจัดร็อคซัส เพราะเบื้องบนบอกว่าร็อคซัสทรยศองค์กรไม่ควรเอาไว้ แอคแซลมีการแก้ต่างแทนว่า เขาแค่ออกจากองค์กร ไม่กลับมาก็ไม่ได้แปลว่าทรยศซะหน่อย น่ารักจริงแอคเซล แต่สุดท้ายก็โดนบีบให้ทำตามมติอยู่ดี สุดท้ายแิอคเซลเลยไปนั่งกินไอติมที่ทไวไลท์ทาวน์(จริง) แล้วก็ระลึกถึงตอนที่มากินไอติมกับร็อคซัสครั้งแรกที่หอนาฬิกาแห่งนี้
วันที่6 เป็นวันที่ต้องไปกำจัดร็อคซัส ก่อนไป แิอคเซลได้หยิบเอาซองสีขาวจากลิ้นชักเตียงนอนมาใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อด้วยค่ะ คราวนี้ซาอิกส์จะส่งแอคเซลตรงถึงหน้าร็อคซัสเลย ดังอีเวนท์ในเกมที่เราเจอกัน แต่จะพูดถึงเหตุการณ์หลังจากที่แอคเซลโดนหยุดเวลา เขารู้ว่าร็อคซัสยังไม่ได้หายไป ก็เลยไปที่ปราสาทร้างดู ก็พบว่าพวกดัสก์ยั้วเยี้ยเต็มไปหมด แอคเซลเลยรู้ได้ทันทีว่าเบื้องบนส่งดัสก์มาจัดการร็อคซัสเพราะไม่ไว้ใจเขา พอแอคเซลจะโจมตี จู่ๆเบื้องหน้าเขาก็มีชายในชุดฮู้ดสีดำปรากฏตัวค่ะ แถมมาด้วยนามิเนะ นามิเนะได้ขอร้องให้ชายปริศนาคนนั้นอย่าทำร้ายร็อคซัสมากไปกว่านี้เลย แค่นี้ก็โหดร้ายเกินพอแล้ว แอคเซลก็เลยรับรู้ได้ว่านามิเนะไม่ใช่ศัตรู และไม่ได้เป็นศัตรูมาตั้งแต่ต้น ชายคนนั้นได้จัดการพวกดัสก์และพานามิเนะเข้าไปในปราสาท แิอคเซลจะตามเข้าไปก็ไม่ได้เพราะมีบาเรียแน่นหนามากเลยใช้ดัสก์ที่เหลือให้ช่วยทำลายบาเรียจนตัวเองเข้าไปได้ค่ะ จากนั้นก็จะเหมือนในเกม ได้เข้าไปเจอร็อคซัส แล้วก็ต่อสู้กัน โดยแอคเซลจะใช้เปลวเพลิงล้อมรอบเขาและร็อคซัสไว้ ...พออ่านถึงตรงนีี้ก็อึ้งกับความคิดแิอคเซลมากค่ะ แอคเซลเข้าใจดีว่า ไม่ว่าจะซาอิกส์หรือเซมนัสต่างก็รู้ว่าเขาไม่มีทางกำจัดร็อคซัสได้อยู่แล้ว ใช่ เขาทำไม่ได้ แต่ว่าถ้าให้หายไปจากที่นี่และหนีไปยังที่ไหนสักแห่งด้วยกันล่ะก็เขาอาจจะทำได้ (นี่กะจะหนีตามกันงั้นรึ!!! Y official ใช่มั้ย!!) แต่ไม่ทันไร ร็อคซัสก็คว้าคีย์เบลดออกมา2เล่มและเข้าห้ำหั่นกับแอคเซลทันที... แต่ขอโทษค่ะ สู้ไปสู้มา ร็อคซัสกลับเรียกชื่อแอคเซลด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ "...แอคเซล" "อะไรรึร็อคซัส?" "ฉัน....." ตอนนั้นเองที่ร่างกายของร็อคซัสสั่นเทิ้ม และทำท่าว่าจะแพ้ ทว่าร็อคซัสก็เรียกสติตัวเองคืนมา และตั้งท่าสู้กับแอคเซลอีกครั้ง ผลก็ตามที่เรารู้ๆกันค่ะ สุดท้ายแอคเซลก็พูดทิ้งท้ายไว้ว่า "ถ้าเกิดใหม่ได้เรามาเจอกันอีกนะ" "อือ ฉันจะรอ" ร็อคซัสตอบอย่างแน่วแน่มากซะจนแอคเซลคิดว่ามันผิดปกติเลยล่ะ "บ้่าจริง นายจะเกิดใหม่ได้หรือไง"
วันที่7 แอคเซลตื่นนอนบนหอนาฬิกาค่ะ เขากลับไปที่องค์กรไม่ได้ เพราะถ้าปฏิบัติภารกิจไม่สำเร็จก็โดนคาดโทษเช่นเดียวกับร็อคซัส ไม่รู้ว่าตอนนี้จะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง รู้แต่ว่าทำงานพลาด และร็อคซัสก็กลับไปรวมกับโซระ เขารู้สึกเจ็บในอก แล้วก็หยิบซองสีึขาวขึ้นมาดู แต่ว่าความทรงจำระหว่างเขากับร็อคซัสยังไม่หายไปไหนสักหน่อย พวกเราอยู่ด้วยกันท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามเย็นเสมอ พวกเราพูดคุยกันที่นี่เสมอ ถ้าสักวันพวกเราจะกินไอศกรีมและพูดคุยกันเหมือนอย่างเคย ณ ตรงนี้ก็ึคงจะดี นั่นเป็นสิ่งเดียวที่ฉันต้องการ
ไอ้ซองสีขาวนั่นคือซองใส่รูปร็อคซัสชัวร์ค่ะ
นี่เรากำลังอ่าน Y-official ใช่มั้ย!!!
แอคเซลนี่แบบว่า เป็นผู้ชายที่รักมั่นคงโคตรๆ ไม่ไหวแล้ว
แต่งงานกับร็อคซัสไปเลยเหอะ !!!
คู่นี้มันลึกซึ้งสุดยอดเกินไปแล้ว!!!
ตอนแรกอ่านเนื้อเรื่องช่วงที่มีในเกมยอมรับว่าเบื่อนะ
แต่พอเข้าช่วงออริจินัลนี่ สุดยอดค่ะ ตอนที่อ่าน7วันของแอคเซลนี่เราเศร้ามากค่ะ
มันพีคอารมณ์สุดๆเลย ไอ้ที่เล่าลงบล็อกนี่ยังไม่ได้ครึ่งนึงของนิยายเลยนะ
ในนิยายนี่บีบคั้นสุดๆอ้ะ บรรยายซะทำเอาน้ำตาซึม T____________T
ถ้าจะเอามาเล่าลงบล็อกคราวหน้า คงจะเป็นนิยายKH2
-7วันของร็อคซัสบ้างล่ะค่ะ
ถึงจะเป็นคนละชุดแต่เราก็ซื้อ2เล่มนี้มาพร้อมกัน ให้เข้าคู่กันซะเลย
:P
แต่ึคงทิ้งช่วงไปนานหน่อย อ่านนิยายแล้วติดจนไม่เป็นอันทำมาหากินอะไรแล้วค่ะ
OTL





